HAKONE OPEN AIR MUSEUM : พิพิธภัณฑ์ที่ศิลปะและธรรมชาติรวมกันเป็นหนึ่งเดียว

posted in: JAPAN, TOKYO & AROUND, TRAVEL | 0

HAKONE OPEN AIR MUSEUM : พิพิธภัณฑ์ที่ศิลปะและธรรมชาติรวมกันเป็นหนึ่งเดียว




ใครว่าหอศิลป์ต้องอยู่แต่ในร่มเท่านั้น
?

ถ้าคุณชื่นชอบการชมศิลปะ รักการเดินเล่นในสวนสาธารณะ มีความสุขทุกครั้งได้ที่อยู่กับธรรมชาติ

และ เชื่อว่าการได้สูดหายใจเข้าลึกๆท่ามกลางอากาศที่บริสุทธิ์คือการผ่อนคลายที่แท้จริง วันนี้เราอยากชวนให้มาเดินเล่นไปด้วยกัน

ในพิพิธภัณ์ศิลปะกลางแจ้งที่ซ่อนตัวอยู่กลางหุบเขามีควันจากออนเซนนานาชนิดพวงพุ่ง

 

“Chokoku no Mori Bijutsukan หรือ Hakone Open Air Museum”

 

พิพิธภัณฑ์ที่ศิลปะและธรรมชาติรวมกันเป็นหนึ่งเดียว :)

 

 

ถึงจะบอกว่าตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาแต่การเดินทางมาที่นี่นั้นไม่ยากเลย แค่โดยสารรถไฟขึ้นเขา Hakone Tozan Railway 

จากสถานี Hakone-yumoto มาลงที่สถานี Chokoku no Mori ก็สามารถเดินต่อไปถึงตัวพิพิธภัณฑ์ได้เลย

(แต่ระหว่างนั่งรถไฟมันก็อาจจะหวาดเสียวหน่อยๆนะ ฮา)

 

 

หลังจากปีนป่ายขึ้นเขากันมากว่า 30 นาที ก็มาถึงกันแล้วค่ะ

สถานี Chokoku no Mori เป็นสถานีเล็กจิ๋วที่ไม่มีแม้แต่นายสถานี จะเข้าออกต้องนำบัตรมาแตะกับเครื่องด้วยตัวเองเท่านั้น

 

 

เดินขึ้นเนินมาไม่ไกลก็จะเห็น Hakone Open Air Museum กันแล้ว มองจากด้านนอกไม่ค่อยเห็นอะไรมาก

ซื้อตั๋วรับแผนที่แล้วเข้าไปข้างในกันเลยดีกว่า

 

 

ที่นี่ไม่มีเส้นทางบังคับ ไม่มีจำกัดเวลา จะเดินช้าอ้อยอิ่ง เดิน นอน วิ่ง ถ่ายรูป สเก็ตภาพ หรือแม้แต่นั่งปิกนิคสบายๆชมงานศิลปะก็ไม่มีใครว่า

แถมคนยังไม่เยอะแยะเบียดเสียด เพราะฉะนั้นจะหยุดดูงานที่ชอบนานแค่ไหนก็ได้ไม่ต้องงรีบร้อน ยิ่งพองานศิลปะถูกหลอมรวมเข้ากับธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่

อากาศเย็นสบาย ใบไม้เปลี่ยนสี และแสงแดดที่อบอุ่น จะให้ดูสักเท่าไหร่ก็ไม่มีเบื่อเลย :)

 

 

ในช่วงที่เราไปเป็นฤดูใบไม้ร่วง พื้นหญ้าและต้นไม้เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลส้มกันหมด บรรยากาศก็เลยให้ฟีลเหงาๆ โรแมนติกๆแบบผู้ใหญ่

พอเห็นแล้วก็อดคิดถึงวันที่ทั้งหญ้าและต้นไม้กลายเป็นสีเขียวชอุ่มในหน้าร้อนเหมือนกัน ถ้ากลับมาในตอนนั้นบรรยากาศคงเปลี่ยนไปคนละแบบเลย

คงจะมีเด็กๆวิ่งเล่นท่ามกลางแสงแดด สดใสร่าเริงสมเป็นฤดูร้อนแน่ๆ

 

 

งานศิลปะที่ตั้งอยู่ที่นี่มีทั้งขนาดเล็กและใหญ่ปะปนกันไป แต่ที่ใหญ่และสวยงามที่สุดก็ต้องนี่เลย ‘Symphonic Sculpture’ หรือซิมโฟนีแห่งความสุขหอคอยสีเทาที่ถึงแม้มองจากภายนอกจะดูธรรมดาแต่พอได้ก้าวเข้าไปข้างในแล้วรับรองว่าต้องทึ่ง เพราะมันสวยมากกกก

ด้านในเป็นบันไดวนสำหรับขึ้นไปชมวิวรอบๆพิพิธภัณฑ์จากมุมสูง แต่ที่เป็นไฮไลต์จริงๆแน่นอนว่าไม่ใช่อะไรนอกจากผนังที่ถูกประดับตกแต่งด้วยกระจกสีนานาชนิดเป็นลวดลายต่างๆ ที่พอสะท้อนกับแสงแดดแล้วมันทั้งสวย ทั้งสงบ ดีต่อใจสุดๆ ยิ่งพอเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่แสนชิลล์แห่งนี้แล้ว จะนั่งมองนอนมองซักเท่าไหร่ก็ไม่มีใครว่า ไม่มีการจับเวลาแต่อย่างใด ยิ่งคนน้อยๆแบบนี้เล่นเอาเผลอนั่งเหยียดขาเงยหน้ามองจนลืมเวลาเลยค่ะ ฮ่าๆๆ

 

 

หลังนั่งพักชมความสวยงามกันอยู่นาน ก็ออกมาเดินตะลุยกันต่อเพราะยังมีงานศิลปะอีกมากมายรอให้เราตามหา แต่ถ้าใครล้าจนทนไม่ไหว

ที่นี่เขามีออนเซนสำหรับแช่เท้าให้ใช้บริการได้ฟรีภายในสวนด้วยนะ บอกเลยว่าห้ามพลาด เพราะอะไรล่ะจะดีไปกว่าการแช่เท้าในน้ำอุ่น

ท่ามกลางอากาศเย็นๆ งานศิลปะสวยๆ และธรรมชาติที่อยู่รอบตัว เรียกได้ว่าความเมื่อยล้าที่สะสมมานานหายเป็นปลิดทิ้งเลยทีเดียว

 

 

แช่เท้าเสร็จเราก็จะไปยังอีกไฮไลต์หนึ่งของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้กันแล้ว บอกว่าเป็นนพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งก็จริง แต่ที่นี่ยังมีความพิเศษ

ที่สำคัญอีกอย่างซ่อนตัวอยู่ และถึงแม้ว่าจะไม่ได้อยู่กลางแจ้งแต่รับรองว่าคนรักศิลปะเห็นแล้วต้องกรี๊ดสลบแน่นอนพราะ

ไฮไลต์ที่ว่าคือ ‘The Picasso Exhibition Hall’ ที่รวบรวมผลงานศิลปะตั้งแต่ยุคแรกๆของปิกัสโซ่ หรือ Pablo Picasso

ศิลปินชาวสเปนระดับตำนานที่ไม่ว่าใครก็คงต้องเคยได้ยินชื่อหรือเห็นงานของเขาสักครั้งในชีวิตเอาไว้มากถึง 300 ชิ้น

ทั้งงานวาด งานปั้น และอื่นๆอีกมากมาย แต่น่าเสียดายที่ในตึกนี้ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูป

เพราะฉะนั้นถ้าใครอยากมาดูงานของ Picasso ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องบินไปไกลถึงยุโรปก็อย่าลืมแวะมาที่นี่กันนะคะ :)

 

 

ออกจาก Picasso Hall ก็เดินชมงานศิลปะและบรรยากาศดีๆในมิวเซียมกันไปเรื่อยๆจนเต็มอิ่ม

อากาศเย็นๆ ธรรมชาติสวยๆ และ งานศิลปะ นี่มันช่างเข้ากันได้ดีจริงๆเลยนะ ไปดูบรรยากาศรอบๆกันดีกว่า

 

 

และอีกสีสันหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยของพิพิธภัณฑ์ในยี่ปุ่น ก็จะเป็นอะไรไปไม่ได้เลยนอกจาก ร้านขายของฝากนั่นเองงง

เพราะรวบรวมของฝากสวยๆดีไซน์ดีๆเอาไว้มากมาย โดยเฉพาะใครเป็นแฟนปิกัสโซ จะกรี๊ดเป็นพิเศษเลยล่ะ

และแอบบอกว่า ขนมพิเศษของมิวเซียมนี้ อร่อยมากๆเลยล่ะ

 

 

 

การเดินทาง : การเดินทางจาก Tokyo สามารถนั่งรถไฟมาลงที่สถานี Odawara

แล้วต่อรถไฟ Odakyu line มาลงที่สถานี hakone yumoto จากนั้นต่อรถไฟ Hakone Tozan Railway

มาลงที่สถานี Chokoku no Mori แล้วเดินต่อประมาณ 2 นาที


Hakone Open Air Museum (Chokoku no Mori Bijutsukan)

เปิดทุกวัน 9:00 to 17:00 (เปิดให้เข้าถึง 16:30)

 

ค่าเข้าชม

บุคคลทั่วไป : 1600 เยน , 1400 เยน เมื่อใช้ Hakone Free Pass , 1500 เยน เมื่อใช้ online discount coupon

นักเรียนชั้นมัธยมและนักศึกษา : 1200 เยน

นักเรียนชั้นอนุบาลและประถม : 800 เยน

 



ชอบบทความนี้ ติดตามรีวิว ท่องเที่ยว อาหาร ไลฟ์สไตล์ ต่อๆไปของเรา
กดไลค์ Facebook Fan Page : somewhere only we go ได้ที่ด้านล่างนี้กันนะฮะ :)

Comments :