The Railway Museum มารู้จักกับรถไฟ เพื่อนคนสำคัญของชาวญี่ปุ่นกันเถอะ

posted in: TOKYO & AROUND, TRAVEL | 0

The Railway Museum มารู้จักกับรถไฟ เพื่อนคนสำคัญของชาวญี่ปุ่นกันเถอะ

 

มาทำความรู้จักกับเพื่อนคนสำคัญของชาวญี่ปุ่นไปด้วยกัน ที่พิพิธภัณฑ์รถไฟของทุกๆคน

“Tetsudo Hakubutsukan : The Railway Museum”

เราเป็นคนที่ชอบรถไฟญี่ปุ่นมากๆ เรียกได้ว่าเป็นติ่งรถไฟญี่ปุ่นเลยแหละ เพราะไม่ว่าไปญี่ปุ่นมากี่ครั้ง รถไฟของญี่ปุ่น ก็เป็นที่พึ่ง และ สร้างความ

ประทับใจ ให้กับเราได้เสมอ ทั้งการออกแบบที่สวยงาม ความเป็นระบบระเบียบ ความใส่ใจต่อผู้โดยสาร หรือจะเป็นเรื่องราวของ Shinkansen

ที่ได้กลายเป็น จุดเริ่มต้นของยุคใหม่ของประเทศญี่ปุ่น ที่สำคัญ รถไฟที่นี่ ยังมีความตรงต่อเวลา และ ครอบคลุมทั่วถึง จึงไม่แปลกเลยที่ รถไฟ

จะกลายเป็นขนส่งมวลชนที่ได้รับความนิยมสูงสุดในญี่ปุ่น และ ทำให้เราหลงเป็นติ่งในที่สุด!

 

วันนี้ เราเลยจะมาพาไปเที่ยว ” Tetsudo Hakubutsukan ” หรือ พิพิธภัณฑ์รถไฟ ที่จะทำให้คุณสนุกตื่นเต้นไปวัฒนธรรมรถไฟของญี่ปุ่น

เพราะรถไฟ เปรียบเสมือนเพื่อนคนสำคัญ ที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ก็ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของชาวญี่ปุ่นอยู่เสมอ

มาทำความรู้จักเพื่อนสนิทของชาวญี่ปุ่นคนนี้กันเถอะ :)

 

 

เริ่มการเดินทาง จาก Shinjuku ขึ้นรถไฟ JR สาย Shonan Shinjuku Line for UTSUNOMIYA ไปยังสถานี Omiya

เมื่อถึงสถานี Omiya เดินตามป้าย The Railway Museum มาเรื่อยๆ เราก็จะมาพบกับ รถไฟ New Shuttle รถไฟล้อยางขบวนเล็ก

ที่วิ่งขนานไปกับ Shinkansen ไปจนถึงพิพิธภัณฑ์รถไฟของเรานี่เอง นั่งแป๊บเดียวเราก็มาถึงสถานี Tetsudo Hakubutsukan Station แล้ว

 

 

ลงจากรถไฟเราก็จะมาเจอกับสถานีหน้าตาโมเดิร์นสุดๆ ที่มีของน่ารักๆอย่างตู้คีบรถไฟหลากสีไว้ล่อใจเด็กๆกันด้วย

 

 

เดินออกจากสถานี เราก็มาเจอเข้ากับเด็กอนุบาลที่มาทัศนศึกษา กำลังเข้าแถวถ่ายรูปกับหัวรถจักรไอน้ำ เด็กๆญี่ปุ่นนี่มันน่ารักจริงๆเลยน้าาา

ใกล้ๆกันก็มีตู้รถไฟสีสวย และล้อรถไฟแบบต่างแสดงอยู่ ช่วงที่เราไปใกล้จะถึงช่วงปีใหม่แล้ว เลยมีปฏิทินสวยๆของพิพิธภัณฑ์รถไฟแปะโชว์อยู่

สวยย อยากได้มาก แต่เงินในกระเป๋าไม่เป็นใจเลย ฮ่าๆๆ

 

 

พื้นทางเดินก็ทำเป็นตารางรถไฟ เป็นกิมมิคที่เจ๋งมากๆ

 

 

เด็กๆถ่ายรูปเสร็จ ก็พร้อมเข้าสู่ด้านใน เราเองก็พร้อมแล้วเหมือนกัน ลุยกันเลย!

ก่อนจะเข้า เราก็ต้องซื้อตั๋วกันก่อน ความน่ารักของที่นี่ก็คือ เครื่องขายตั๋วเข้าชมพิพิธภัณฑ์ เป็นเครื่องแบบเดียวกับที่ใช้ขายตั๋วรถไฟ

แน่นอน นี่พิพิธภัณฑ์รถไฟซะอย่าง ได้ตั๋วมาก็ใช้แสกนแถบแม่เหล็กเข้าด้านในได้เลย

 

 

นอกจากตั๋วเข้าชมแล้ว ที่นี่ยังมีการ์ดรูปรถไฟให้เราได้ประทับตราวันที่เรามาลงไปเพื่อเป็นที่ระลึกอีกด้วย

 

 

พอก้มมองเท้า เราก็มาสะดุดเข้ากับกระจกใส และแผ่นป้ายสีดำทองที่อยู่ด้านล่าง นั่นก็คือ

แผ่นป้ายเลขขบวน ของรถจักรไอน้ำนั้นเอง เอามาจัดแสดงแบบนี้ก็สร้างความน่าสนใจไปอีกแบบ

 

 

เข้ามาด้านใน เราก็จะเจอกับบันไดเลื่อนขึ้นไปสู่ชั้น 2 ของพิพิธภัณธ์ แต่ยังก่อน เราหันมาดูอีกทาง ก็จะเจอกับโซนร้านอาหารของที่นี่

แต่สิ่งที่พิเศษของโซนนี้ไม่ใช่อาหาร (ที่ถึงแม้ว่าจะอร่อยมากตามมาตรฐานญี่ปุ่นก็ตาม ฮ่าๆ) แต่ความเจ๋งของโซนร้านอาหารนี้คือ

แผงกระจกใสขนาดใหญ่ด้านข้าง ที่เปิดโล่งให้เห็นวิวจากภายนอก แน่นอน วิวที่คนรักรถไฟอยากดูมากที่สุด จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากรถไฟ

การได้นั่งกินข้าวที่นี่ มองรถไฟรุ่นต่างๆสีต่างๆวิ่งผ่านไปผ่านมา ช่างเหมาะกับเป็นร้านอาหารของมิวเซียมรถไฟจริงๆ :)

 

 

ชมวิวกันเสร็จเราก็ขึ้นบันไดเลื่อนมาที่ชั้น 2 แต่ก่อนที่เราจะไปถึงโถงกลางของที่นี่ เราก็มาพบกับเด็กๆ กำลังยืนดูกระจก Stained Glass หลากสีสัน

ที่ถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับรถไฟ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน คือทั้งสวยและมีสตอรี่จริงๆ

 

 

ดูกระจกสีกันจนเพลินแล้ว เราก็เดินตามเด็กๆเข้ามาสู่ส่วนกลางของมิวเซียมนี้ คือโถงขนาดใหญ่ ที่มองลงไปเห็นรถไฟหลากหลายรุ่น

ตั้งแต่หัวรถจักรไอน้ำ ไปจนถึงชินคันเซ็น กันเลยทีเดียว หน้าตาและสีสันของแต่ละขบวนก็สวยและมีเอกลักษณ์มากๆ

ในป้ายทางซ้ายเราจะเห็นตัวเลขบอกรอบเวลา แต่จะเป็นเวลาของอะไรนั้น เรามารอดูไปด้วยกันดีกว่านะฮะ

 

 

ก่อนที่เราจะเดินลงไปชมรถไฟสวยๆข้างล่าง บนชั้นสองนี้ก็มีจัดแสดงสิ่งของต่างๆจากรถไฟตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน

ทั้งโมเดลรถไฟชินคันเซ็น ป้ายชื่อขบวน หรือสถานีต่างๆ ที่เก็บรวบรวมไว้ ถึงจะเป็นของเก่า แต่ดีไซน์สวยและใส่ใจในการออกแบบมากๆ

สมกับเป็นญี่ปุ่นจริงๆ แต่สิ่งที่เราชอบมากก็คือ แผ่นกระดาษที่รวบรวมตราประทับหลากหลายรูปแบบจากรถไฟหลายๆขบวน

เป็นอะไรที่เห็นแล้วก็รู้สึกว่าน่ารักและเป็นเอกลักษณ์ของรถไฟญี่ปุ่นจริงๆ

 

 

พอเราเดินบนชั้น 2 จนครบรอบ ก็ได้เวลาลงไปสัมผัสกับคุณรถไฟทั้งหลายอย่างใกล้ชิดกันแล้วววว

แค่มองจากข้างบนนี้ก็รู้สึกว่า แต่ละขบวนสวยมากๆเลยล่ะ

 

 

ที่ชั้น 1 นี้ จะจัดแสดงรถไฟเอาไว้หลากหลายรูปแบบมากๆ ตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม อย่างรถจักรไอน้ำหรือรถราง ไปจนถึงรถไฟรุ่นใหม่ๆ

อย่างชินคันเซ็นรุ่นแรกๆ หรือจะเป็นรถขบวนพิเศษต่างๆ รถไฟขนส่ง ฯลฯ

ให้เราสามารถเข้าไปเดินเล่น ไปลองนั่ง ไปสัมผัส ราวกับว่าได้ย้อนกลับไปอยู่ในสมัยนั้นอีกครั้ง

 

 

ขึ้นไปลองขับรถไฟชินคันเซ็นกันมั้ย ?

 

 

ตรงนี้เราชอบมากเป็นพิเศษ เพราะคุณรถไฟรุ่นเก่าๆนี่ช่างออกแบบได้สวยมากๆจริงๆ ทั้งดูคลาสสิคสีสวย และหน้าตาสวยมากๆ

อดคิดถึงว่าสมัยที่ยังได้วิ่งใช้งานจริงอยู่บนทางรถไฟ วิ่งตัดผ่านต้นซากุระ หรือใบไม้เปลี่ยนสี แค่คิดก็รู้สึกว่าต้องสวยมากๆแน่ๆเลย

 

 

ที่นี่เก็บรักษารถไฟเก่าๆไว้ได้ดีมากๆ ตู้โดยสารที่เป็นไม้ทั้งหมด เวลาเข้าไปนั่งแล้วมันช่างให้ความรู้สึกดีจริงๆนะ

ถ้าที่เมืองไทยมีการเก็บรักษา และจัดแสดงของเก่าไว้ในสภาพดีๆแบบนี้บ้างก็น่าจะดีเนอะ

เราจะได้เห็นงานออกแบบและของเก่าๆสวยๆที่ในปัจจุบันไม่ได้พบเห็นได้ง่ายแล้ว

 

 

คุณรถไฟ Asakaze เป็นรถขบวนตู้นอน ที่ในเมืองไทยเราอาจจะไม่รู้สึกแปลกอะไร แต่ที่ญี่ปุ่น ด้วยการมาถึงของชินคันเซ็น

การเกินทางข้ามเมืองใหญ่ๆ กลายเป็นเรื่องง่ายขึ้น รถไฟตู้นอนจึงค่อยๆลดบทบาทลงจนเหลือไม่กี่ขบวนในบัจจุบันแล้ว

ข้างในขบวนนี้ก็จะมีจำลองการเข้ามาปูที่นอนให้ผู้โดยสารของพนักงานรถไฟด้วยนะ ให้ความรู้สึกถึงรถไฟไทยเลยจริงๆ ฮ่าๆ

 

 

ห้องพิเศษอีกห้องที่พลาดไม่ได้ก็คือ ห้องของ Shinkansen 0 Series หรือก็คือชินคันเซ็นรุ่นแรกนั่นเองงงงงง

รถไฟขบวนนี้เป็นเสมือนยุคใหม่ของญี่ปุ่นหลังสงครามโลก โดยทำความเร็ว 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในญี่ปุ่นสมัยนั้น

เปิดตัวในปี 1964 ปีเดียวกับที่โตเกียวได้เป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิคฤดูร้อน และมีผู้โดยสารมากถึง 100 ล้านคนในเวลาเพียง 3 ปี

 

 

ออกจากห้องนี้ เราก็ไปพบกับชินคันเซ็นสีเขียวอีกขบวน แต่ความเจ๋งของขบวนนี้ก็คือ เราสามารถเดินลอดไต้รถไฟ ไปดูกลไกการขับเคลื่อนได้ด้วย

อย่างในรูปที่สองที่เราเห็นเป็นส่วนล้อและการควบคุมล้อนั้น ก็คือส่วนที่เรียกว่า โบกี้ ที่คนมักเข้าใจผิดคิดว่าเป็นตู้รถ แต่จริงๆคือส่วนนี้นี่เอง

 

 

มุดออกมาจากไต้ท้องซินคันเซ็น เราก็จะมาถึงไฮไลท์ของที่นี่ คือโชว์หัวรถจักรไอน้ำ ที่ส่วนกลางของโถงพิพิธภัณธ์ จะเป็นวงเวียนกลับรถจักร

ที่เชื่อมกับรางรถไฟที่จัดแสดงรถไฟขบวนต่างๆเอาไว้ และพระเอกของงานนี้ก็คือ หัวรถจักร C57135 โดยในเวลาแสดง วงเวียนจะหมุนไปรอบๆ

และ เปิดหวูดส่งควันออกมาจากปล่องควัน เหมือนกับยามที่รถไฟกำลังวิ่ง สำหรับผู้ใหญ่อย่างเราอาจจะไม่ตื่นเต้นมาก แต่สำหรับเด็กๆแล้ว

นี่เป็นอะไรที่ตื่นเต้นสุดๆ และยังไม่พอ พี่ๆเจ้าน้าที่ ยังเลือกน้องคนนึงเป็นผู้โชคดี ขึ้นไปเป็นคนดึงหวูดรถไฟขณะแสดงอีกด้วย

น้องขึ้นไปก็โบกมือให้เพื่อนๆ และยิ้มแยกมมีความสุขมากๆ

 

 

ดูโชว์จบ เราก็ไปชมตู้รถไฟขบวนพิเศษ ที่น่าจะมีไว้สำหรับรับรองขุนนาง หรือแขกบ้านแขกเมืองในสมัยก่อน ตกแต่งได้อย่างวิจิตรสวยงามมากๆ

 

 

ยังมีขบวนรถไฟ และ รถราง สวยๆอีกเยอะมาก ทั้งเข้าไปชมข้างนอกและข้างใน ที่ให้เล่ายังไงก็คงไม่เหมือนกับได้ไปเจอของจริง

 

 

ส่วนต่อไปเป็น Simulation ที่จำลองการขับรถไฟ ให้เราเหมือนได้ไปนั่งอยู่ในห้องคนขับรถไฟจริงๆ

ได้ควบคุมการวิ่งของรถไฟขบวนนั้นๆ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ก็มาต่อคิวเป็นคนขับรถไฟกันอย่างสนุกสนาน

 

 

ชมกันจนเต็มอิ่มพอเดินออกมา เราก็โดนดูดเข้าไปยัง Museum Shop ร้านขายของที่ระลึก ที่ทำอะไรๆก็ออกมาสวยน่ารัก

อยากได้ไปซะหมดเลยสมเป็นญี่ปุ่นประเทศเจ้าแห่งความน่ารักกุ๊กกิ๊กจริงๆเลยนะ รถไฟขบวนต่างๆ ถูกทำเป็นทั้งของที่ระลึกและขนม

แถมเพคเกจจิ้งก็ยังสวยมากอีกด้วย เรียกได้ว่า เป็นแหล่งดูดเงินในกระเป๋าชั้นดีเลยทีเดียว เราได้แฟ้มลายรถไฟ

และ ลูกอมมินท์ ที่มาในกล่องรูปป้ายสถานีรถไฟ Tetsudo Hakubutsuken สุดน่ารักมาหนึ่งกล่อง

 

 

การเดินทางของเราวันนี้ยังไม่จบ

สุดท้ายนี้ เราจะพาทุกคนไปพบกับพื้นที่เล็กๆ ที่ถูกจัดไว้อย่างใส่ใจให้กับเด็กๆที่ได้มาเที่ยวชมพิพิธภัณธ์แห่งนี้

ขึ้นชินคันเซ็นขบวนจิ๋วนี้ไปด้วยกันเลย

 

 

ที่สวนด้านหลังของพิพิธภัณธ์ เราจะพบกับ รถไฟขบวนจิ๋วสุดน่ารัก ที่สามารถขับวิ่งได้จริงบนรางรถไฟ ที่แต่ละขบวน จำลองหน้าตามาจากรถไฟจริงๆ

อย่างในรูปก็มี Narita Express รถไฟแสนสบายที่คอยเชื่อมต่อระหว่างเมืองโตเกียวกับสนามบินนาริตะ ให้เด็กๆได้ขับรถไฟวิ่งไปจริงๆ

 

 

และภาพสุดท้ายท้ายจากดาดฟ้าของพิพิธภัณธ์ ที่นี่เป็นสถานที่ๆรวมเอาความฝัน ความจริง และชีวิตประจำวันของคนี่ปุ่นเข้าด้วยกัน

เหมือนกับรางรถไฟ รางชินคันเซ็น และ รางรถไฟจิ๋วที่สามารถมองเห็นได้รวมกันอยู่ที่เดียวกันจากบนนี้

 

 

วันนี้เราได้เดินชมขบวนรถไฟสวยๆเยอะแยะ ได้รู้จักกับรถไฟ ที่เราไม่เคยเห็น ในแต่ละขบวนก็เต็มไปด้วยเรื่องราวที่ผ่านมามากมาย

ล้วนเคยสร้างความทรงจำดีๆ สร้างความสะดวกสบาย และ อยู่ร่วมกับผู้คนจนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เป็นเสมือนเพื่อนคนสำคัญของคนญี่ปุ่น

ที่เติบโตไปด้วยกันตั้งแต่เด็กจนโต ผ่านยุคสมัยที่ยากลำบากและรุ่งเรืองมาด้วยกัน

แต่แน่นอนว่า ความทรงจำเกี่ยวกับรถไฟของเรา จะไม่จบลงแค่นี้แน่นอน เพราะไม่ว่าจะมาญี่ปุ่นกี่ครั้ง รถไฟก็เป็นเพื่อนที่พึ่งพาได้ของเราเสมอ

ว่าแล้ว ก็ไปขึ้นรถไฟกันเถอะ!

 


ชอบบทความนี้ ติดตามรีวิว ท่องเที่ยว อาหาร ไลฟ์สไตล์ ต่อๆไปของเรา
กดไลค์ Facebook Fan Page : somewhere only we go ได้ที่ด้านล่างนี้กันนะฮะ :)

Comments :