Nakameguro x Daikanyama วันสบายๆกับสองย่านฮิปสุดมีสไตล์แห่งโตเกียว

posted in: JAPAN, TOKYO & AROUND, TRAVEL | 0

Nakameguro x Daikanyama วันสบายๆกับสองย่านฮิปสุดมีสไตล์แห่งโตเกียว

Nakameguro x Daikanyama


 

โตเกียว เมืองที่เต็มไปด้วยสีสันและความมีชีวิตชีวา เป็นจุดหมายของนักเดินทางทั่วโลก

ที่เมื่อมาถึงก็ไม่พลาดที่จะไปตามย่านฮิตๆอย่าง ชินจุกุ ชิบูย่า ฮาราจุกุ กินซ่า อาซากุสะ ฯลฯ

แต่วันนี้ เราจะมาพาทุกคน ไปเดินเล่นแบบชิลๆ ในย่านเล็กๆสุดฮิป ที่เป็นแหล่งรวมคนมีสไตล์

ร้านขนม คาเฟ่เก๋ๆ ร้านเสื้อผ้าดีไซน์น่ารักๆ และ ร้านหนังสือสุดสวย ที่แทรกตัวชิคๆคูลๆ

อยู่ท่ามกลางเมืองใหญ่อย่างโตเกียวแห่งนี้นี่เองงงง นั่นก็คือ!

 

Nakameguro x Daikanyama

 

พร้อมแล้วก็หยิบกล้องตัวเล็กๆ หนังสือดีๆสักเล่ม แล้วออกไปเดินเล่นชิลๆฮิปๆกับเรากันเถอะ!

 

 

เราจะเริ่มวันนี้ที่ย่าน Nakameguro (นากะเมกุโระ)

Nakameguro เป็นย่านที่มีชื่อเสียงมากในการมาชมดอกซากุระ แต่ถึงจะไม่ใช่ช่วงซากุระ เราก็ยังคิดว่าย่านนี้ฮิปและน่าเดินมากๆอยู่ดี

เพราะนอกจากซากุระแล้ว Nakameguro ยังเต็มไปด้วยร้านชิลๆ และที่สำคัญ มีแม่น้ำเมกุโระสุดน่ารักเป็นเหมือนศูนย์กลาง ที่ไม่ว่าจะแวะมากี่ครั้ง

เราก็หลงเสน่ห์แม่น้ำเล็กๆสายนี้เค้าให้จริงๆ

 

 

ย่าน Nakameguro เริ่มมีสีสันและกลายเป็นย่านฮิปก็เพราะ ช่วงปี 1990 เหล่าศิลปิน และ ดีไซน์เนอร์จากย่าน Daikanyama ที่อยู่ใกล้ๆ

เริ่มขยับขยายมาเปิดร้าน Design Shop ร้านกาแฟเล็กๆ ที่นี่ หลังจากนั้นความสร้างสรรค์ ความฮิป ก็เริ่มเติบโตขึ้นในในย่านเล็กๆแห่งนี้

 

 

จาก Shibuya เรานั่งรถไฟ Tokyo Metro สาย Tokyu Toyoko line มาลงที่สถานี Naka-Meguro Station

ออกจากสถานีปุ๊ป เราก็มาเจอกับแม่น้ำเมกุโระ แม่น้ำสายเล็กสุดน่ารักเข้าทันที ทางเดินเลียบแม่น้ำที่เต็มไปด้วยต้นซากุระ

ช่วงที่เราไปเป็นฤดูใบไม้ร่วงแล้ว กิ่งซากุระนับพันที่ซ้อนกันเรียงตัวยาวสุดแนวแม่น้ำ ก็สวยไม่น้อยไปกว่าซะกุระเลยจริงๆ

 

 

บนสะพานก็มีตกแต่งลวดลายของดอกซากุระ สมเป็นจุดชมซากุระยอดฮิต

 

 

เดินกันชิลล์กันมาเรื่อยๆ เราก็มาแวะร้าน Cheese Cake ชื่อดังของย่านนี้ คือร้าน Johan นั่นเอง

ร้าน Johan เป็นร้านเล็กๆ ที่สวยเรียบง่าย ภายในตู้กระจกเต็มไปด้วยซีสเค้กน่ากินๆหลากหลายชนิด โดยมีคุณป้าเจ้าของร้านแสนใจดี

คอยต้อนรับเราอยู่ พอเราเลือกเค้กเสร็จ คุณป้าก็จัดการใส่ถุงใบเล็กน่ารักให้เราทันที แถมพอคุณป้ารู้ว่าเราเป็นคนไทย ก็ทำท่ายกมือไหว้แล้วพูดว่า

“ซา หวัด ดี ค่า” กับเราด้วย อดยิ้มตามในความน่ารักไม่ได้เลยจริงๆ :)

 

 

 

เดินเล่นกันต่อไปเรื่อย เราก็แวะนั่งอ่านหนังสือกันที่ริมแม่น้ำ มองผู้คนย้านนี้เดินผ่านไปมากันแบบสโลวไลฟ์

แสงแดดอ่อนๆ ลอดผ่านใบไม้กิ่งไม้ ตกลงบนทางเดิน ช่างเป็นการเดินเล่นที่บรรยากาศดีอะไรอย่างนี้

 

 

ร้านน่ารักๆ, คาเฟ่เล็กๆ และ ร้านคราฟท์เบียร์ ก็ยังมีให้เราเห็นตลอดเส้นทางที่เราเดินๆแวะๆกันแบบช้าๆ

 

 

อันนี้น่ารักมาก ร้านนี้มีเจ้าเอเลี่ยนจิ๋วมายืนเกาะระเบียงกันเต็มไปหมด ฮ่าๆๆ

 

 

เผลอแป๊บเดียว ก็ผ่านไปครึ่งวันแล้ว ได้เวลาที่เราจะเดินต่อไปยังย่านสุดฮิปแห่งที่สอง

นั่นก็คือ Daikanyama นั่นเองงง

ซึ่งสองย่านนี้อยู่ใกล้กันมาก เราสามารถเดินชมร้านน่ารักๆไปเรื่อยๆจนถึง Daikanyama ได้เลย

 

 

เดินมาประมาณ 500 เมตร เราก็เริ่มเข้าสู่ย่าน Daikanyama แล้ว สิ่งที่ต่างกันอย่างชัดเจนของสองย่านนี้ก็คือ

Daikanyama ใหญ่กว่ามากก! และเป็นย่านชิคของคนมีฐานะที่นี่ รถ Super Car ขับผ่านเราหลายคันมาก ฮ่าๆๆ

นอกจากนี้ Daikanyama ยังมีห้าง และ ร้านค้าเยอะกว่า Nakameguro มีความอาร์ตสูงกว่า ทั้ง Design Shop และ Design Studio

ไปจนถึง Graffiti ตามที่ต่างๆ ให้ความรู้สึกมีเสน่ห์และน่าเดินที่ต่างกันไปคนละแบบ

 

 

ร้านค้าใน Daikanyama ต่างพากันแข่งหน้าตาสวยๆ ดีไซน์ดีๆ ทั้งสี ทั้งองค์ประกอบ มันสวยลงตัวไปหมดจนเราแอบกรี๊ดหลายรอบมากๆ ฮ่าๆๆ

 

 

Le Cordon Bleu โรงเรียนสอนทำอาหารและขนมระดับโลก ก็มีสาขาอยู่ที่ Daikanyama นี้ด้วย วันที่เราไปที่นี่ปิด

แต่แอบไปรู้มาว่าวันปกติ ที่นี่จะมีคาเฟ่เปิดให้บริการ หน้าตาร้านก็เหมือนถอดแบบมาจากร้าน Patisseries ในปารีสมาเลยทีเดียว

 

 

แน่นอน ย่านฮิปๆแบบนี้ ต้องคู่กับจักรยาน สีสันสดใส

 

 

ที่แรกที่เราจะแวะที่ Daikanyama นี้ก็คือ Tenoha Daikanyama ซึ่งเป็นเหมือน community เล็กๆที่รวมเอาซุปเปอร์มาร์เก็ต, Style Store,

Selected Shop ร้านอาหาร และ คาเฟ่ เข้าไว้ด้วยกัน บรรยากาศก็สวย มีความหรูหราแบบแคชชวล เหมาะจะเป็นที่เดินเล่นของคนฮิปๆ

 

 

ภายใน Style Store ก็จะมีของดีไซน์สวยๆ ตั้งแต่ของแต่งบ้าน ถ้วยชาม ไปจนถึงเสื้อผ้า และอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องปรุงต่างๆ

ที่ออกแบบแพ็คเกจจิ้ง และ ตัวสินค้า ออกมาได้สวยงามยั่วยวนเงินในกระเป๋ามากๆ ฮ่าๆๆ

 

 

ออกมาเดินเล่นข้างนอกกันต่อ เราก็เจอกับร้านน่ารักๆ ดีไซน์สวยๆอีกเยอะมากๆ ที่ถึงจะพูดไปแล้ว ก็อยากพูดอีกว่า

แต่ละที่แต่ละร้าน ช่างเลือกสีสันและออกแบบหน้าตาร้านออกมาได้ดูดีมีสไตล์มากกกก แค่ได้เดินเล่นในย่านสวยๆแบบนี้ก็มีความสุขแล้ว

 

 

อาหาศที่เริ่มหนาวของโตเกียว ทำให้เราได้เห็นแฟชั่นเสื้อกันหนาวสวยๆ ทั้งเสื้อโค๊ท และผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่

และ ยังได้เห็นการเลือกแต่งตัว เลือกเลเยอร์ของเสื้อผ้า ของคนที่นี่ ที่ทำให้รู้เลยว่า คนในโตเกียวนี่ นิยมใส่โค๊ท มากกว่าเสื้อแจ๊กเก็ต

หรือ เสื้อกันหนาวแบบมีฮู้ด ก็สมกับเป็นคนเมืองจริงๆนั่นแหละนะ ฮ่าๆ

 

 

เดินเรื่อยๆเราก็มาเจอกับ Logroad Daikanyama พื้นที่อเวนิวขนาดกะทัดรัด ที่รวมเอาร้านอาหาร, ร้านคราฟท์เบียร์, ร้านโดนัท, คาเฟ่

และ ร้านเสื้อผ้าดีไซน์สวยๆ เอาไว้ด้วยกัน ทางเดินใน Logroad จะเป็นแนวยาว ลึกเข้าไปผ่านร้านต่างๆทางซ้ายมือของเรา

 

 

Spring Valley Brewery ร้านอาหารและ Craft Beer สวยๆ

 

 

ร้านเสื้อผ้า ของตกแต่ง ของ Fred Segal แบรนด์เสื้อผ้าจากอเมริกา ก็ออกแบบมาสวยน่ารักเป็นตีมเดียวกัน

ที่เราชอบเป็นพิเศษคือ Fres Segal Soup Bar มาในรูปแบบของ Food Truck คันเล็ก แต่ของที่ขายกลับไม่ใช่แซนวิช หรือกาแฟอย่างที่เราคุ้นเคย

แต่เป็นซุปร้อนๆหลากหลายชนิด ช่างเหมาะกับบรรยากาศหนาวๆของที่นี่อย่างมาก นั่งกินซุปร้อนๆ ในที่สวยๆและอากาศเย็นๆ แค่คิดก็ฟินแล้ว

 

 

Camden Blue Donuts หรือ Blue Star Donuts ร้านโดนัทชื่อดังจาก Portland

 

 

และสุดทางเดินของ Logroad เราจะพบกับลานไม้ขนาดกะทัดรัด มองไปเห็นวิวตึก และ ปล่องควันจากโรงงานเก่าของ Daikanyama

 

 

ออกจาก Logroad เราก็เดินย้อนกลับมาทางสถานทีรถไฟ ผ่านตรอกซอกซอยเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยร้านน่ารักๆอีกเหมือนเคย

เพื่อไปยังเป้าหมายสุดท้ายของเราในวันนี้ จะเป็นที่ไหนนั้น ตามไปดูกันเลย !

 

 

ร้านตัดผมแค่มองจากด้านนอกยังสวยและดูดี สมเป็นย่านแห่งดีไซน์

 

 

ตามถนนและตึกรอบๆ เต็มไปด้วย Design Studio, Shop สวยๆ และ ผู้คนแต่งตัวดูดีมีสไตล์กันเต็มไปหมด เรานี่ดูไม่เข้าพวกกันเลยทีเดียว ฮ่าๆๆ

 

 

พอเริ่มตกเย็น ร้านต่างๆก็เปิดไปกันสว่างสไวสวยงาม สมเป็นหน้าเทศกาล

อากาศก็เริ่มเย็นขึ้นเรื่อยๆ แต่ความสวายขอสสถานที่รอบๆ มันก็ทำให้เราเดินกันเพลินจนลืมหนาวไปเลยล่ะ

 

 

และก็มาถึงสถานที่ไฮไลท์ของ Daikanyama ที่เราตั้งใจมา นั่นก็คือ

“Daikanyamam T Site Garden”

 

 

ซึ่งเป็นสถานที่แห่งไลฟ์สไตล์ของ Daikanyama รวมเอาร้านหนังสือ Tsutaya บาร์ ร้านเครื่องเขียน Music Store ร้านอาหาร

เลาจน์ ร้านกาแฟ Starbucks ไปจนถึงร้าน Petshop ร้าน Kids toy และร้าน Daikanyama Kitamura Photo Equipment โดยมีคอนเซ็ปต์ว่า

“A Library in the Woods.”

 

 

ตัวอาคารแบ่งออกเป็น 3 ตึก เป็นแผนกต่างๆถึง 6 แผนก โดยมี Magazine Street ตัดผ่านกลางชั่นล่างของตึกทั้ง 3 ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้ใหญ่

โดยได้จัดพื้นที่นั่งให้สำหรับทดลองอ่านหนังสือหรือฟังเพลง ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ จนเหมือนกับเป็นเหมือนห้องสมุดขนาดย่อมๆเลยทีเดียว

 

 

ภายนอกอาคารออกแบบเป็น Pattern ลายตัว T ที่มาจาคำว่า T Site หรือ Tsutaya Site นั่นเอง

 

 

โซนต่างๆของที่นี่ จัดไว้อย่างผ่อนคลายและมีเก้าอี้ให้นั่งทดลองฟังเพลงหรืออ่านหนังสือสบายๆ มีเครื่องเขียนสวยๆ ของที่ระลึกน่ารักๆ ไปจนถึง

Gadget ลำโพง และ หูฟัง

 

 

ส่วนของร้านอาหาร ที่มีทั้งแบบบาร์และนั่งโต๊ะ ไม่ว่าจะมานั่งดื่มพูดคุยกับเพื่อน หรือทานอาหาร แถมบางช่วงยังมีแสดงเปียโนขับกล่อมอีกด้วยนะ

 

 

ภายในร้านยังตกแต่งด้วยของประดับที่เข้ากับหมวดหมู่หนังสือนั้นๆ อย่างหนังสือเกี่ยวกับรถยนต์ก็มีรถจำลองขนาดเล็กมาตั้งใว้ให้ดูกันชัดๆ

 

 

Daikanyama T Site เลยกลายเป็น Community ที่รวมเอาคนในย่านนี้ มานั่งผ่อนคลาย หาเพลงเพราะๆฟัง พบปะสังสรรค์

ไปจนถึงใช้เวลากับตัวเองในมุมเงียบๆกับหนังสือเล่มโปรด และการเดินเล่นสองย่านฮิปของเราวันนี้ ก็จบลงที่นี่

ช่างน่าอิจฉาคนโตเกียวจริงๆ ที่มีสถานที่สวยๆ ใส่ใจในการออกแบบ เลือกสรรค์ และ สร้างประสบการณ์ที่ดีของผู้คนในชุมชน

สถานที่ดีๆแบบนี้ มันช่วยเติมพลังสร้างสรรค์ และ เติมพลังใจให้เราได้จริงๆ หวังว่าสักวันบ้านเราจะมีพื้นที่แบบนี้เยอะๆบ้างเนอะ :)


ชอบบทความนี้ ติดตามรีวิว ท่องเที่ยว อาหาร ไลฟ์สไตล์ ต่อๆไปของเรา
กดไลค์ Facebook Fan Page : somewhere only we go ได้ที่ด้านล่างนี้กันนะฮะ :)

Comments :