ย้อนเวลากลับไปเป็นเด็กอีกครั้งที่ Universal Studio Japan

posted in: JAPAN, KANSAI, TRAVEL | 0


Universal Studio Japan : USJ

ถึงเวลานี้ คงไม่มีใครไม่รู้จัก สวนสนุกระดับโลกอย่าง Universal Studio Japan ที่มีโซนในฝันของใครหลายๆคนอย่าง The Wizarding World-

of Harry Potter หรือจะเป็นโซนเปิดใหม่อย่าง Minion Park อีกด้วย สองอย่างนี้นี่แหละที่ดึงดูดให้เราได้มาย้อนวัยกลับไปเป็นเด็กที่นี่

 

 

ไม่ชอบเล่นเครื่องเล่น ไปแล้วจะสนุกไหม?

ต้องท้าวความกันก่อนว่า เราเอง เป็นคนที่คิดว่าตัวเองไม่อินกับสวนสนุกเลย แบบ เฮ้ย มันจะสนุกเหรอ เราโตแล้ว คงไม่อินแล้วมั้ง

แต่ด้วยความที่ทริปนี้เรามากับแฟน แล้วนางก็อยากมามากกกก เราก็เลยโอเค ป่ะ ทริปนี้เราจะไปสวนสนุกกัน

แน่นอนว่าเป้าหมายแรกของเรา เหมือนกับอีกหลายๆคนที่ไม่เคยมา USJ แห่งนี้ ก็คือโซน The Wizarding World of Harry Potter

การได้เห็นจินตนาการในวัยเด็ก เป็นจริงขึ้นมาตรงหน้า คงไม่มีอะไรจะน่าสนใจเท่านี้อีกแล้วว

และจากการเที่ยว USJ แบบไม่ค่อยได้เล่นเครื่องเล่นของเรา ก็พบว่า ถึงคุณจะเป็นคนไม่ชอบเล่นเครื่องเล่น ก็สนุกกับที่นี่ได้

แต่จะแบบไหนยังไง ต้องตามอ่านกันในรีวิวนี้นะ

 

 

พอหาข้อมูลเพิ่มเติม เราก็พบว่า อีกอย่างที่เจ๋งมากๆของที่นี่ก็คือโชว์ ไม่ว่าจะเป็นพาเหรด โชว์ไฟ หรือโชว์พิเศษสำหรับช่วงคริสมาสและปีใหม่

เราเลือกไม่ใช้ Express Pass เพราะไม่ได้ตั้งใจจะเล่นเครื่องเล่นเยอะมาก ด้วยความที่คิดว่าตัวเองคงไม่ได้อินอะไรมากด้วยแล้ว

แต่ก็หาข้อมูลมาเต็มที่ สำหรับคนอยากไปแบบไม่ใช้ Express Pass ก็ตามมาเลย!


ซื้อตั๋ว!

เราแนะนำว่า ควรซื้อตั๋วไปจากเมืองไทยเลย เพราะในตอนที่ไปถึง จะได้ไม่เสียเวลาต่อคิวซื้อตั๋วอีก เอาเวลาวิ่งไปต่อคิวเครื่องเล่นที่เราอยากเข้าดีกว่า

ทีนี้ ซื้อตั๋วจากที่ไหนดีล่ะ เราเลือกซื้อตั๋วกับ Klook และอยากแนะนำ เพราะมันง่ายมากกกก แถมยังถูกกว่าอีกด้วย

 

 

Klook คืออะไร?

Klook คือแพล็ตฟอร์มขายตั๋วออนไลน์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบัตร JR Pass ตั๋วเข้าสวนสนุกที่มีชื่อเสียงทั่วโลก

โดยทริปนี้ เราใช้จอง JR Pass และ ตั๋วเข้า USJ นี่แหละ อยากจะบอกว่า สะดวกมาก!

เพราะแค่เรากดซื้อตั๋ว จ่ายเงิน แล้วก็รอ Email จากนั้น ก็ปริ้นตั๋วเอาไปใช้ที่ USJ ได้เลย ไม่ต้องออกจากบ้านหรือไปแลกตั๋วที่ไหน


ป่ะ ไปดูกันดีกว่าว่าจองยังไง

ขั้นแรกก็เข้าไปที่ https://www.klook.com/th/activity/835-universal-studios-japan-ticket-osaka/

ก็จะขึ้นเว็บไซต์หน้าตาแบบนี้เลย เราก็คลิกปุ่ม “จองตอนนี้” สีส้มทางขวามือ

 

 

เว็บก็จะเปลี่ยนหน้ามาให้เราเลือกวันที่เราจะเข้าสวนสนุก และจำนวนตั๋วที่เราต้องการซื้อ

ตรวจเช็คเรียบร้อย ก็กดจองได้เลย!

 

 

จ่ายเงินเสร็จเรียบร้อย Klook ก็จะส่งเมลตั๋วมาให้เราภายใน 2 วัน หรือเปิดเช็คจาก Apps Klook ได้เลย มีทั้ง ios และ Android

ไปถึงหน้าสวนสนุกก็เปิด QR Code จากมือถือ แสกนแบบชิลๆเข้า USJ ไปเล้ยยยย


การเดินทางไป USJ

มีตั๋วเรียบร้อย คราวนี้เราก็มาเริ่มกันเลย การเดินทางมายัง Universal Studio Japan นั้นง่ายมาก เพราะไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนของ Osaka

นั่งรถไฟมาที่สถานี Nishikujo แล้วต่อรถไฟ JR Yumesaki Line for SAKURAJIMA ไปสถานี UNIVERSSAL CITY เดินอีกนิดก็ถึงสวนสนุกแล้ว

 

 

ไปกี่โมงดีล่ะ?

เราแนะนำอย่างมากว่าให้มาเช้าาาา โดยสามารถตรวจเช็คเวลาเปิดของสวนสนุกได้ที่นี่ http://www.usj.co.jp/e/parkguide/calendar.html

ช่วงที่เราไปสวนสนุกเปิด 8:30 แต่พอไปถึงจริงๆ 8:00 ประตูเปิดก่อนเวลา แล้วก็เกิดการวิ่งแข่งขึ้น ฮ่าๆๆ เพราะงั้น ถ้าเป็นไปได้ เราแนะนำให้ไปเช้าๆ

จะได้มีเวลาเข้าไปกดคิวเครื่องเล่นที่อยากเล่น หรือไปเล่นเครื่องเล่นที่เราอยากเล่นที่สุดก่อนเป็นอันแรก ก็จะช่วยให้เราใช้เวลาใน USJ ได้อย่างคุ้มค่า

 


ย้อนเวลากลับไปเป็นเด็กอีกครั้งที่ Universal Studio Japan

ตั๋วพร้อม ขึ้นรถไฟมาถึงเรียบร้อย เราก็ไปลุยกันเลยดีกว่า!

 

 

เข้าสวนสนุกมาก็จะเจอบรรยากาศแห่งความสนุกเข้ามาประทะเราเต็มที่ ฮ่าๆๆ การตกแต่งของที่นี่สวยสามและเก็บดีเทลได้ดีมากๆๆ

เป็นอะไรที่ทำให้เราตื่นตาตื่นใจตั้งแต่เข้ามาเลย โดยเป้าหมายแรกเราก็จะมุ่งหน้าไป The Wizarding World of Harry Potter นั่นเองงง

 

 

Universal Studio Store ร้านขายของที่จะรวมเอาของที่ระลึกจากทุกโซนเข้ามาหลอกล่อเราก่อนกลับ

ใครพลาดซื้ออะไรในโซนต่างๆ ก็มาแวะดูตรงนี้ก่อนกลับได้เลย แต่ขอบอกว่า บางอย่างก็ไม่มีนะ เพราะงั้นถ้าอยากได้อะไร ซื้อเลย! ฮ่าๆๆ

 

 

ร้าน Popcorn ก็ส่งกลิ่นหอมม ยั่วยวนให้คนต่อแถวกันทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่

 

 

น้องๆคนญี่ปุ่น ถ่ายรูปกับมาสคอต Lucy van Pelt จากเรื่องสนูปปี้ น่ารักก

 

 

เข้าสวนสนุกมาทางขวาก็จะเจอกับจุด Tax Refund ใครช็อปเกิน 5,000 เยน ก่อนกลับอย่าลืมมา Refund Tax ตรงนี้กันนะ

 

 

ที่ USJ นี้ จะมีสิ่งที่เรียกว่า “การกดตั๋ว” เพื่อเข้าโซนต่างๆอยู่ เป็นระบบที่ทำขึ้นมาเพื่อใช้เวลาที่คนเยอะ

นักท่องเที่ยวทุกคนจะต้องเข้าไปกดตั๋วเพื่อเข้าโซนต่างๆที่ตัวเองอยากเข้า ตามรอบเวลาที่เลือก ใครไปกดไม่ทัน รอบนั้นๆเต็มก็จะอดดด

ยกเว้นคนที่มี Express Pass นะจ้ะ เข้าได้เลยไม่ต้องกดตั๋วใดๆ สมกับเป็น Express จริงๆน่ะแหละ ฮ่าๆๆ

โดยจุดสำหรับกดตั๋วเข้าโซน Harry Potter จะอยู่ตรงกลางของสวนสนุกนั่นเองง

 

 

เดินเข้ามาถึง เราก็จะมาเจอกับผังตารางโชว์ต่างๆในสวนสนุก และรอบเวลาการกดเข้าโซน Harry Potter

แล้วเราก็พบว่า วันนี้คนไม่เยอะมาก สามารถเข้าได้เลย พี่พนักงานสวนสนุกบอกว่า อาจจะมีกรกดบัตรอีกก็ได้ถ้าคนเยอะขึ้น

แต่ตอนนี้ยังไม่มี ไปเข้าได้เลยย ว่าแล้วเราก็ใส่รองเท้าให้กระชับ ออกเดินอย่างรวดเร็วไปยังโซน Harry Potter นั่นเองงงง

 


The Wizarding World of Harry Potter

โซนแรกและโซนที่เราตั้งใจอยากมาที่สุด ด้วยความที่อ่าน Harry Potter มาตั้งแต่เด็ก

การได้มาอยู่ในโลกของ Harry Potter นี่เป็นอะไรที่เหมือนกับฝันเป็นจริงเลย

เดินผ่านป่าสนเข้าไป พร้อมมีเพลง Theme ของ Harry Potter คลอไปตลอดทาง โอ๊ยย ตื่นเต้นแล้วว

 

 

รถฟอร์ดแองเกลียสีฟ้า ที่รอนกับแฮรี่ขโมยมาจากคุณวีสลีย์ในภาคที่ 2 ก็มาจอดซุ่มอยู่ตรงนี้

 

 

มาถึงแล้ววว ทางเข้า Hogsmeade กับป้ายที่เขียนว่า “Please respect the spell limits”

เพื่อเตือนเหล่าพ่อมดอม่มดน้อยจาก hogwarts ว่าให้ระวังการใช้คาถา

 

 

เข้ามาเราก็จะมาพบกับบ รถไฟ hogwarts Express สีแดงสวย จอดพ่นไอน้ำอยู่ด้านหน้าเลยย

 

 

การได้เห็นเหล่าร้านค้าและปราสาท Hogwarts มาอยู่ตรงหน้าจริงๆ มันตื่นเต้นมากกก และทุกอย่างที่นี่คือเก็บดีเทลได้ดีสุดๆ

ทั้งร่องรอย ความเก่า รายละเอียด สมจริงๆมากๆ

 

 

แต่ก่อนที่เราจะกรี๊ดกร๊าดกับทุกสิ่ง เราต้องมุ่งหน้าไปยังสิ่งที่คิวยาวที่สุดของโซนนี้ นั่นก็คือเครื่องเล่น

Harry Potter and the Forbidden Journey

โดยเราจะต้องเข้าไปต่อแถวเพื่อวนเข้าไปในปราสาทซึ่งเป็นตัวเครื่องเล่นนั้นเองงง

 

 

แต่USJ ก็ไม่ให้เราต่อคิวเปล่าๆนะฮะ สถานที่ต่างๆที่เราได้ต่อแถววนขดไปขดมา ก็ล้วนเป็นสถานที่ในเรื่อง Harry Potter ทั้งนั้น

เริ่มจากเรือนกระจกของ ศาสตราจารย์สเปราต์ กันเลย

 

 

สำหรับคนที่ไม่ได้เล่นเครื่องเล่น แต่อยากเข้าชมในปราสาท ก็สามารถมาเข้าทางนี้ได้เลย ก็จะไม่ต้องต่อคิวขดๆๆเหมือนเรา ฮ่าๆๆๆ

 

 

ต่อจากเรือนกระจกก็เป็น คุกไต้ดินนั่นเองงง บรรยากาศในนี้มืดมากกก

และที่นี่เราก็จะพบกับห้องเรียนปรุงยา และ กระจกเงาแห่งแอริเซด

 

 

หลังจากต่อแถวไปชั่วโมงครึ่ง เราก็ได้เข้าไปสู่เครื่องเล่น

แต่ก่อนจะเข้าไป เค้าจะให้เราฝากกระเป๋า และ กล้องถ่ายรูปเอาไว้ในล็อคเกอร์ แอบเสียดายนิดๆ เพราะด้านในปราสาทหลังจากฝากกล้องแล้ว

มีทั้งห้องโถงที่กินข้าว ทางเดินภายในปราสาท ห้องของศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ และ อะไรสวยๆอีกเพียบ ที่แสงน้อยจนมือถือเราถ่ายไม่ไหว ฮ่าๆ

 

 

เครื่องเล่นใช้เวลาไม่นาน เป็นกึ่งรถไฟเหาะ 4D ขนาดย่อมๆ แต่ตอนที่เราอยู่ในนั้น มันสมจริงเหมือนเราได้บินไปรอบๆ Hogwarts จริงๆ

ได้เจอทั้งตัวละคนต่างๆในเรื่อง มังกร แมงมุม ผู้คุมวิญญาณ โห สนุกมากกกกก ทำลายความคิดเรื่องไม่อินกับเครื่องเล่นของเราลงทันที ฮ่าๆๆ

แต่แนะนำสำหรับคนที่ปกติเมารถเมาเรือ เตรียมกินยาแก้เมามาก่อนจะดีมาก เพราะแฟนเราก็เวียนหัวจากเครื่องเล่นนี้เหมือนกัน

 

 

ออกจากเครื่องเล่น เราก็จะมาโผล่ที่จุดที่เราฝากกระเป๋า และ ร้านขายของที่ระลึก ที่เราอยากจะบอกเลยว่า

ถ้าอยากได้อะไร ซื้อตอนนี้เลยย เพราะออกจากโซนไปอาจจะไม่มีของบางอย่างให้ซื้อแล้วน้าาา

 

 

ทีนี้ก็ถือเวลาเพลิดเพลินไปกับหมู่บ้าน Hogsmeade ของเราแล้วววว

เริ่มกับด้วยร้าน Zonko’s ร้านขายของเล่นเกมกลต่างๆ ที่เป็นที่ชื่นชอบของเหล่านักเรียน Hogwarts กันเลยดีกว่า

 

 

ร้านสวยมากกกกกก คือตกแต่งดีสุดๆ เหมือนเข้าไปอยู่ในหนังเลยจริงๆ

ทั้งสีสัน ทั้งของเล่นต่างๆ ดูดีมากจริงๆ เดินเล่นแบบว่า เพลินมาก ฮ่าๆๆ

 

 

Expandable Ears หรือ หูยาวยืดดดดดด ที่เฟรดกับจอร์จใช้ดักฟัง

 

 

มาต่อกันที่ร้าน Honey Dukes ร้านขนมสุดโปรดของเหล่าพ่อมดแม่มดน้อย

ร้านภายในเดินต่อมาจากร้าน Zonko’s ได้เลย

 

 

ภายในร้านตกแต่งเต็มไปด้วยขนมหวานมากมาย รวมทั้งขนมจากเรื่อง Harry Potter อย่าง

กบช็อคโกแลต และ เย็ลลี่เม็ดทุกรสของเบอร์ตี้บอตต์ นอกจากนั้นก็ยังมีขนมอื่นๆอีกหลายอย่าง แต่ละอย่างก็น่ากินทั้งนั้นเลย

 

 

นอกจากขนมแล้ว ของที่ระลึกอื่นๆก็น่ารักมากกกก พวกกุญแจและถุงผ้าของเบอร์ตี้บอตต์นี่คือน่ารักสุดๆ ใครชอบถุงผ้าจะต้องกรี๊ดแน่นอน

 

 

พวงกุญแจกบช็อคโกแลต ที่เวลาจับให้สัมผัสคล้ายช็อตโกแลตจริงๆมากๆ อันนี้ก็สวย

 

 

ออกจากร้านก็มาเจอกับรถขาย Butter Beer มีคนต่อคิวไม่ว่างเลย

 

 

บางร้านก็จะตกแต่งสวยงามเป็นบรรยากาศเฉยๆ ไม่ได้มีของขาย อย่างเช่นสองร้านนี้

Dogweed & Deathcap ขายต้นไม้และสมุนไพร ในตู้กระจกมีต้นแมนเดรกที่จะคอนส่งเสียกร้องออกมาด้วยนะ เหมือนจริงมากก

 

 

ร้านขนมและน้ำชาของ Madam Puddyfoots ที่เหล่านักเรียน Hogwarts ที่อินเลิฟชอบมาเดทกัน

 

 

ในโซน The Wizarding World of Harry Potter นี้ จะมีความพิเศษอยู่ก็คือ จะมีจุดต่างๆที่เราจะสามารถใช้ไม้กายสิทธิ์

เสกคาถาให้เกิดอะไรบางอย่างขึ้น แบบ Interactive เหมือนกับว่าเรามีเวทมนต์อยู่จริงๆเลยล่ะ แต่แน่นอนว่า ไม้กายสิทธิ์นั้นต้องซื้อที่นี้น้าา

โดยจุดที่เสกคาถาได้ จะมีสัญลักษณ์แบบนี้อยู่ที่พื้น เป็นท่าทางการแกว่งไม้ตามคาถานั้นๆ พร้อมกับมีพนักงานคอยแนะนำอยู่ข้างๆ

 

 

เสกให้น้ำพุ่งขึ้นมาจากหม้อใหญ่

 

 

เสกให้ลูกควิดดิชลอยขึ้นมา

 

 

อันนี้เป็นเสกให้ธงแต่ละบ้านพัดปลิววว

 

 

นอกจากนี้ก็ยังมีอีกหลายอันเลยล่ะ ใครอยากลองเสกคาถาก็สามารถซื้อไม้กายสิทธิ์ของตัวละครที่เราชอบมาเล่นเป็นพ่อมดแม่มดกันได้เลย


Magic Wand Show at Ollivanders

 

พูดถึงไม้กายสิทธิ์ แน่นอนว่าต้องนึกถึงร้านนี้ ร้าน Ollivander นั่นเองง หน้าร้านก็มีตู้กระจกที่มีไม้กายสิทธิ์ลอยอยู่ด้วยล่ะ เจ๋งมากๆ

ที่ร้าน Ollivander จะมีโชว์การเลือกไม้กายสิทธิ์อยู่ด้วย ใช้เวลาต่อคิวไม่นาน เราก็จะได้เข้ามาอยู่ในร้านกันแล้ว

 

 

ทุกคนจะถูกพาเข้าไปในร้านและพบกับคนขายไม้กายสิทธิ์ด้านใน ที่จะเลือกผู้โชคดีหนึ่งคนมาเลือกไม้กายสิทธิ์ของตัวเอง

ในโชว์ก็จะมีกลเล็กๆน้อยๆ ว่าถ้าไม้กายสิทธิ์ไม่เหมาะกับเรา ก็จะเสกให้ข้าวของพัง แต่พอเจออันที่ใช่ ไฟก็จะสว่างวาบบบขึ้นมาเลย

แล้วพอจบโชว์ผู้โชคดีคนนั้น ก็ได้รับไม้กายสิทธิ์นั้นไปด้วยเลยย อิจฉามากกกก

 

 

แล้วพนักงานก็จะเปิดประตูด้านหลัง พาเรามามาส่วนของร้านขายของ ที่เราจะสามารถซื้อไม้กายสิทธิ์ได้นั่นเอง

ไม้กายสิทธิ์ที่นี่จะมีหลายแบบ ทั้งแบบที่เป็นไม้จริง โดยเลือกตามความหมายของไม้ชนิดต่างๆ

หรือจะเป็นแบบที่เหมือนกับตัวละครในเรื่อง ที่จะมีทั้งแบบมีไฟตรงปลาย แบบเล่น Interactive และ แบบธรรมดา

 

 

นอกจากในร้าน ด้านหน้าก็ยังมีรถเข็นที่ขายไม้กายสิทธิ์อยู่ด้วย

 

 

จากร้าน Ollivander ก็จะเดินทะลุมายังร้านขายอุปกรณ์เวทมนต์ Wiseacre’s Wizarding Equipment

ที่นี่ก็จะมีผ้าพันคอ เสื้อคลุม และ ของที่ระลึกประจำบ้านต่างๆของ Hogwarts

 

 

ออกมาหน้าร้าน เราก็มาเจอกับต้นคริสมาสของ Hogsmeade ที่สามารถเสกคาถาเพื่อขยับของตกแต่งได้ด้วยนะ

 

 

ร้าน Dervish and Banges ร้านขายอุปกรณ์เวทมนต์อีกร้าน

ภายในมีตกแต่งด้วยไม้กวาดบินสวยๆด้วยนะ

 

 

เสื้อคลุมและผ้าพันคอของแต่ละบ้านก็มีขายที่นี่เช่นกัน

 

 

The Monster Book of Monsters ตำราปิศาจว่าด้วยปิศาจ

 

 

ร้านไปรษณีย์นกฮูก ข้างในมีตุ๊กตานกฮูกน่ารักๆขายอยู่ด้วย ตกแต่งสวยมาก

 

 

เดินเล่นดูบรรยากาศรอบๆ ทุกร้านทำสวยมากๆ ประทับใจในดีเทล และความเหมือนจริงแบบสุดๆ

เรียกได้ว่า เหมือนตัวเองกลายร่างกลับไปเป็นเด็กเลยทีเดียว กรี๊ดกร๊าดสุดๆ

 

 

เดินกันจนเริ่มเมื่อย แถมท้องก็เริ่มร้อง เราก็เลยมาฝากท้องไว้กับ

ร้านไม้กวาดสามอัน ร้านโปรดของพวกแฮรี่ เวลาที่มา Hogsmeade และแน่นอน ร้านนี้ก็คิวยาวนะฮะ

 

 

Have you seen this wizard? หน้าร้านมีป้ายประกาศจับอยู่ด้วย หน้าตานักโทษคนนี้คุ้นๆมั้ย Sirius Black ไงล่ะ

ป้ายเคลื่อนไหวได้เหมือนในหนังเลย ที่จริงเป็นหน้าจอนะ ฮ่าๆๆ

 

 

แต่ต่อคิวไม่นานก็ได้เข้ามาในร้านแล้ว ร้านตกแต่งสวยและดูสมจริงแบบสุดๆ

 

 

เข้ามาถึงด้านใน พอถึงคิว เราก็มาสั่งอาหารกันเลย!

Butter Beer ที่ได้แต่จินตนาการ คราวนี้จะได้ลองชิมแล้วว ว่าอร่อยจริงมั้ย

ด้านขวาสุดจะเป็นเบียร์จริงๆ ชื่อ Hogs Head Beer เป็นเยีร์ของร้านหัวหมู ของน้องชายดัมเบิลดอร์

 

 

Chicken & Ribs Platter

ไก่ย่างและซี่โครงหมูย่าง หอมอร่อยมากๆ

 

 

Fish and Chips

อันนี้ก็อร่อยยย ตอนสั่งก็ไม่คาดหวังอะไรเท่าไร แต่กินจริงๆอร่อยมาก ทั้งตัว Fish and Chips และ ซอสที่ให้มาเลย

 

 

และก็มาถึงพระเอกของเราาาา

Butter Beer นั่นเองงงงง เราสั่งมาสองแบบ ทั้งแบบร้อนและเย็น จากที่ลองชิมคือ อร่อยทั้งสองแบบเลย แต่รสชาติไม่เหมือนกัน ฮ่าๆๆ

แบบเย็น จะซ่าๆ เนื้อใส มีกลินคาราเมลนมเนยหอมๆ กินแล้วสดชื่น

แบบร้อน จะเนื้อขุ่นๆ หอมนมเนยคาราเมลและเครื่องเทศ กินแล้วอบอุ่นมากก หวานมัน อร่อย แต่ถ้าหายร้อนจะแอบเลี่ยนไปนิดนึง

 

 

ที่ร้านไม้กวาดสามอันนี้จะมีที่นั่งด้านนอก ที่จะมองเห็นวิวปราสาท Hogwarts สะท้อนน้ำ สวยมากๆ

แต่อากาศหนาวๆแบบนี้ ขอแค่ออกมาถ่ายรูปก็พอใจแล้ว ฮ่าๆๆ

 

 

เดินชมบรรยากาศกันอีกนิดหน่อย เราก็ถึงเวลาบอกลาโซน The Wizarding World of Harry Potter กันแล้ว

แต่เราจะกลับมาอีกแน่นอน แต่จะมาทำไมนั้นต้องรอดูกันนะ

 

เสร็จจากโซนแฮรี่ เราก็ออกมาและพบว่าตอนนี้คนเยอะจนสามารถกดบัตรคิวได้แล้ว

เราเลยรีบไปกดคิวเพื่อเข้ามาโซนแฮรี่อีกรอบตอนเย็นนี้ นี่ได้ตั๋วหน้าตาแบบนี้เลย

 


Minion Hacha Mecha Christmas Parade

เหลือบดูนาฬิกา ก็ถึงเวลาที่โชว์ต่อไปที่เราอยากดูจะเริ่มแล้ววว นั่นก็คือ ขบวนพาเหรด Minion Hacha Mecha Christmas นั่นเองงง

คนก็เริ่มมาหาที่จับจองกันริมถนน เพื่อรอดูเหล่ามินเนี่ยนตัวเหลืองจอมกวนของเรา

 

 

พอถึงเวลา เราก็ได้ยินเสียงเพลงดังมาก่อนเลย พร้อมกับเสียงพูดแนะนำว่า ขบวนพาเหรดกำลังจะมาแล้ววว

จากนั้นเราก็เห็นสาวๆพร้อมด้วยไม้เท้ารูป Candy Cane อันใหญ่ เต้นนำขบวนพาเหรดมาแต่ไกลเลย

 

 

มาแล้ววว รถพาเหรดคันแรก พร้อมด้วย Minion กับคุณซานต้า ดูๆ ไหนมีใครบ้าง บ๊อบ เควิน สจ๊วต มากันหมดเลยยยย

 

 

ตามมาด้วย Sesame Street น่ารักมากๆ

 

 

สาวๆที่แต่งตัวเป็นทั้งทหาร Nutcracker และภูติคริสมาส ก็น่ารักและสดใสร่าเริงมากกก

ทั้งที่ตอนนั้นอากาศหนาวมาก แต่ก็แสดงได้อย่างดีและสนุกสนานมากๆเลย ประทับใจ

 

ต่อมาด้วยขบวน Minion อีกคัน โอยย น่ารัก

ตลอดทางก็จะมีโชว์เต้นประกอบเพลง จากสาวๆ Nutcracker และ ภูติคริสมาส

 

 

 

แล้วความสนุกก็ยังไม่หมด อยู่ๆก็มีปืนยิงสายรุ้งกับกระดาษวิบวับ โปรยลงมารอบๆ ทั้งสวยงามและตื่นตาตื่นใจมากๆ

เด็กๆก็สนุกสนานสิ่งไปเก็บมาเล่นกันใหญ่เลยฮ่าๆๆ

 

 

ตามมาด้วยขบวนสุดท้าย ที่มีหัวหน้าของเหล่า minion ยืนเด่นมาบนยอดเลย Gru นั่นเองงง

 

 

จากนั้นพนักงานก็ปล่อยให้แฟนๆทั้งเด็กและผู้ใหญ่ได้เข้ามาถ่ายรูปกับขบวนพาเหรด เจ้ามินเนียน และ สาวๆ

ถ่ายรูปกันจนอิ่ม ขบวนก็เคลื่อนออกไป ทิ้งความประทับใจและรอยยิ้มไว้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่เลยจริงๆ

 


Minion Park

ต่อจากพาเหรด Minion เป้าหมายต่อไปของเรา ก็คือ โซน Minion Park โซนเปิดใหม่สุดฮิตนี่เองงงง

 

 

มาถึงก็เห็นเจ้าตัวเหลืองมาแต่ไกลเลยด้านหน้าจะเป็นร้าน Delicious Me!

ร้านอาหารน่ารักๆที่จะให้คุณได้กินอาหารรูปมินเนียนสุดกวนนั้นเอง

 

 

ร้าน Sweet Suspender ขายขนมน่ารักๆลายเจ้าพวกมินเนียนทั้งหลาย

ใครชอบขนมน่ารักๆนี่ห้ามพลาด ได้ติดไม้ติดมือกลับไปแน่ๆ

 

 

ภายในโซนก็จะตกแต่งเหมือนสถานที่ต่างๆจากใน Animation และมีเจ้ามินเนียนยืนน่ารักๆให้เราถ่ายรูปเต็มไปหมด

 

 

Hotel BA NA NA ~

 

 

ฐานของฝั่งตัวร้ายย Villians HQ มี LAVA Gun ด้วยนะ ทำเหมือนมากก

 

 

Super Silly Space Killer เกมยิงลูกบอลลุ้นตุ๊กตามินเนียน ราคา 1000 เท่านั้น

ใน UJS จะมีเกมแบบนี้ให้เล่นหลายที่ให้เราเสียเงิน ฮ่าๆๆ

 

 

ธนาคารตัวร้ายก็มาาา โซนนี้เป็นอีกโซนที่เราชอบมาก ตกแต่งคือเหมือนเราได้หลุดไปอยู่ในเรื่องมินเนียนจริงๆเลย

อะไรก็สวยสีสันสดใสไปซะหมด เสียอย่างเดียวเล็กไปหน่อย ถ้ากว้างกว่านี้จะดีงามมาก

 

 

เครื่องเล่น Minion Mayhem

เราใช้เวลาต่อแถวราวๆ 2 ชั่วโมง เจ้าเครื่องเล่นนี้ พัฒนามาจาก Back to The Future

เป็นกึ่งๆนั่งรถไฟในโรงหนัง 4D ที่จะฉายภาพเหมือนเราตะลุยไปในโลกของ Minion พร้อมกับขยับที่นั่งตามการเคลื่อนไหวในจอ

สนุกสนานดึ๋งดั๋งมาก เด็กเล่นได้ ผู้ใหญ่ก็สนุกมากกกก อยากจะซ้ำแต่เห็นคิวแล้วคงไม่ไหว ฮ่าๆๆๆ

 

 

ออกจากเครื่องเล่นเราก็แวะมาดูของที่ระลึกกันหน่อย จะมีทั้งที่ขายอยู่ในร้านและในรถเข็นด้านนอก

ของน่ารักคุณภาพดีเชียวหละ กระเป่าตังสั่นไปหมด ฮ่าๆๆ

 

 

และพิเศษช่วงคริสมาสนี้ ก็นะมีของที่ระลึกแบบคริสมาสๆขายด้วย น่ารักมาก

 

 

ของกินก็ไม่น้อยหน้าที่ใส่ป๊อบคอร​์นรูปมินเนียนคือน่ารักสุดดดด มีบ๊อบกับตุ๊กตาหมีด้วย

 

 

​Minion Knit Sleeve

ที่กันร้อนแบบถัก ลาย Minion น่ารักมากๆ

 

เราได้นี่มาลอง ซาลาเปาใส่หมูอบรูปมินเนียนในหมวกคริสมาส

น่ารักมากกกก และมาแบบอุ่นๆ กินตอนหนาวๆก็ใช้ได้อยู่นะ ถึงจะไม่ได้อร่อยเวอร์อะไร แต่เอามาถ่ายรูปก็คุ้มอยู่ ฮ่าๆๆ

 

 

อันนี้เหมือนดังโงะใส้คัสตาร์ดตรีม อร่อยดีๆ แต่มาแบบเย็นๆเลย อร่อยไปอีกแบบ แต่ใครชอบยอุ่นๆอาจจะไม่ชอบ ส่วนความน่ารักให้เต็ม 5555

 


New York

ต่อจาก Minion เรามาเดินเล่นกันที่โซน New York ที่โซนนี้จะเป็นที่ตั้งของต้นคริสมาสใหญ่ของ USJ

ที่คืนนี้เราจะมาดูโชว์ไฟ และ Projection Maping ประกอบการแสดงกันนน

 

 

ต้นคริสมาสสวยมากกกก คือเหมือนหลุดมาจากการ์ตูน เหมือนไม่ใช่ของจริง

เราตอนนี้ จากคนที่ไม่คิดว่าจะอินกับสวยสนุก แต่กลับกลายไปเป็นเหมือนเด็ก ที่ตื่นเต้นไปกับทุกอย่างรอบๆตัวเลย

 

 

นอกจากต้นคริสมาสแล้ว โซนนี้ยังเป็นที่ตั้งของเครื่องเล่นสุดฮิตอีกอันของที่นี่ The Amazing Adventure of Spiderman

 

 

ร้านค้าต่างๆก็ดูนิวย๊อร์คนิวยอร์คจริงๆ ฮ่าๆๆ ทำได้สวยมากๆ ทั้งอาคารและป้ายต่างๆก็สวยไม่แพ้กัน

 


Sanfrancisco

ใกล้ๆกันก็จะเป็นโซน Sanfrancisco ที่จำลองบรรยากาศท่าเรือและบ้านเรือนสไตล์ซานฟราน ที่ก็จะคนละแบบกับนิวยอร์คเลย

 

 

ไปยื่นริมมองออกไปน้ำชิลๆ ก็เหมือนเรากำลังยืนมองจากทะเลอยู่เลย

 


Water World

แฟนเรารีเควสโซนนี้มากๆ เพราะนางพลาดเข้าไปดูตั้งแต่ Universal LA และ Universal Singapore

คราวนี้ไม่พลาดแล้ว ถึงเวลาโชว​์เราก็เข้าไปดูกันเลย!

 

 

ภายในตกแต่งตามหนังเรื่อง Water World หนังเก่ามากๆที่ใครทันได้ดูคือไม่เด็กแล้วน้าาา ฮ่าๆๆ

โชว์จะเป็นเหมือนการแสดงสตั้นท์ การสู้กันระหว่าพระเอกกับตัวร้าย เพื่อช่วยนางเอกที่ถูกจับ

 

 

Effect แสง เสียง ระเบิด มาเต็ม และคือนักแสดงขี่เจ็ทสกีเก่งมากกกก

โชว์สนุกดี ถ้าใครไปดูอาจจะคุ้นๆกับโชว์นึงที่สวยสนุกบ้านเรา ที่แอบได้แรงบันดาลใจมาจากโชว์นี้นี่เองงง

 


Amity Village

โซนของภาพยนต์เรื่อง Jaws ตกแต่งเหมือนเป็นหมู่บ้านชาวประมงและอู่ต่อเรือ

น่าเสียดายที่ตอนเราไป เครื่องเล่นนี้ปิดปรับปรุงอยู่ เลยไม่ค่อยมีคนเท่าไร

 

 

คุณฉลามเอามาตกแต่งคริสมาสซะน่ารักเลยนะ ฮ่าๆๆ

 


Jurassic Park

เราเคยไปโซนนี้ที่ Universal Singapore มาแล้ว เลยไม่ค่อยได้เดินเท่าไร

แต่ความพิเศษของโซนนี้ที่นี่ก็คือเครื่องเล่น Flying Dinosaur รถไฟเหาะแบบนอนเล่นสุดหวาดเสียว

ที่เป็นอีกอย่างที่คนที่มา USJ ไม่ควรพลาด!

 

 

บอกเลยว่าตอนแรกเราก็ไม่ได้คิดว่ามันจะน่ากลัวเท่าไร แต่พอขึ้นไป นอนลง และรถไฟเลื่อนขึ้นไปสูงๆเท่านั้นแหละ

ความเสียวก็เริ่มขึ้นทันที และรู้ตัวอีกที เราก็บินไปรอบๆ ร้องตะโกนสุดเสียงแล้ว 5555

ใครไม่เคยลองบอกเลยว่าต้องลอง เสียว มันส์ สนุกมาก!!!


 

เครื่องเล่นนี้เราได้เล่นเพราะใช้สิทธิ์บัตร JCB Platinum ที่จะได้สิทธิ์เข้า JCB Platinum Lounge และ Priority Access ของ Flying Dinosaur

ใครสนใจเข้าไปดูได้ที่นี่เลย http://www.th.jcb/th/consumers/platinum/usj_lounge/


Universal Wonderland

โซนสำหรับเด็กๆ ที่เต็มไปด้วยตัวการ์ตูนโปรดของเจ้าตัวน้อย

เครื่องเล่นที่นี่ก็จะไม่หวาดเสียวเท่าไร เหมาะสำหรับพาลูกที่อายุน้อยๆมาเล่นได้ และยังเป็นที่นั่งพักสำหรับคุณพ่อคุณแม่ได้อีกด้วย ฮ่าๆๆ

Kitty Elmo และ Snoopy ออกมาต้อนรับข้างหน้าทางเข้าเลย


 

บินไปกับ Snoopy

 

 

Hello Kitty ก็อยู่ในโซนนี้ด้วย

 

 

ม้าหมุน Sesame Street

 

 

สนามแข่งรถสำหรับเจ้าตัวน้อย ให้เด็กๆได้ลองขับรถเล่นกันจริงๆ

ยืนมองเด็กๆเล่นกันก็สนุกดี ฮ่าๆ คือจะมีทั้งน้องคนที่ขับเก่งมากกก วนไปหลายรอบละ น้องบางคนยังเลี้ยวชนเลี้ยวชนก็มี

 

ตกแต่งน่ารักสมกับเป็นโซนเด็ก

 

ด้านในตัวตึก นอกจากจะเป็นที่เล่นของเด็กๆอย่างบ่อบอลหรือรถไฟจิ๋วๆแล้ว ยังเป็นที่นั่งพักแสนอุ่นสบายให้กับเหล่าพ่อแม่ได้อย่างดี ฮ่าๆๆ

เราเองก็หลดเข้ามาเอาไออุ่นจากโซนนี้อยู่แป๊บนึง พอร่างกายเริ่มอบอุ่น ก็ออกไปลุยกันต่อ


Hollywood

ออกจาก Wonderland เราก็เดินต่อมาที่โซน Hollywood โซนนี้จะจำลองอาคาร ร้านค้า รวมไปถึงสถานที่ต่างๆของ Hollywood ในสมัยก่อน

ดูคลาสสิคและอเมริกันมากๆ ตกแต่งได้สวยงามมาก และยังเป็นที่ขาย Turkey Leg ขาไก่งวงสุดอร่อยของขึ้นชื่อของ Universal ทุกสาขา

ฟ้าเริ่มมืด ร้านค้าและอาคารต่างๆก็พากันอวดแสงสีสดใส ให้บรรยากาศ Hollywood ดีจริงๆ

 

 

ที่ Hollywood เป็นที่ตั้งของ Hollywood Dream

รถไฟเหาะสุดยาวที่เราจะสามารถมองเห็นได้ตั้งแต่ทางเข้าสวนสนุก ความเจ๋งของรถไฟนี้คือ เราสามารถเลือกได้ว่า จะนั่งหันหน้าปกติ

หรือหันหลังลงก็ได้ โดยจะแยกกันเป็น Back Drop และ The Ride

 

 

ร้านค้าต่างๆในโซน พอเริ่มฟ้ามืดก็เปิดไฟกันสวยงาม

 

ไก่งวงสุดอร่อย ที่เอาจริงๆ เคยอ่านหรือเคยได้ยินคนเล่าว่าอร่อย ก็ไม่คิดว่าจะอร่อยจริงๆ

จนได้มาลองเอง เอ้อ อร่อยจริงง กินตอนอากาศหนาวๆนี่ฟินเลย

 

 

Mel’s Drive-In ร้านอาหารของโซนนี้ ที่เราเคยผ่านมาตอนดูพาเหรด Minion

พอเปิดไฟแล้วสวยเหมือนเป็นคนละที่เลย ไฟนนีออนแบบนี้คือสวยมากกกก


Light in Universal

และนอกจากโซน Hollywood โซนอื่นๆก็เปิดไฟกันสวยงามไม่แพ้กัน เราชอบไฟนีออนแบบนี้มาก เลยรวมมาไว้ด้วยกันซะเลย

ป้ายแต่ละป้ายที่ปกติก็สวยอยู่แล้ว พอกลางคืนยิ่งสวยขึ้นอีกเยอะเลย ทั้งสีสัน ทั้งแสง

 

 

และแน่นอน เป้าหมายต่อไปของเรา ก็คือโชว์ใหญ่ของ USJ ในวันนี้ที่ต้นคริสมาสนั่นเองงงง

 


The Gift of Angels III: The Voice of an Angel.

โชว์นี้คือที่สุดของความอลังการ ทั้งเพลง เนื้อเรื่อง แสง สี รวมทั้งการแสดง

มันทำให้เราตื่นเต้นและเซอร์ไพรซ์ได้ตลอดจนจบโชว์เลยจริงๆ ใครได้มา USJ ช่วงคริสมาส หรือปีใหม่ ห้ามพลาดจริงๆ

 

 

หลังโชว์จบ ก็ยังเปิดฉายภาพสวยๆ และไฟที่ต้นคริสมาสไว้ให้คนมาถ่ายรูปอีกนานเลย

อันนี้เป็นอะไรที่ ถ่ายยังไงก็สวยไม่เท่าของจริงเลยแม่แต่นิดเดียว

 

 

ปิดท้ายด้วยการจุกพลุที่ต้นคริสมาสอีกรอบ สวย สวยมากๆจริงๆ รู้ตัวเลยว่าอุทานคำว่าสวยหลายรอบแล้ว ฮ่าๆๆๆ

 


Winter In The Wizarding World of Harry Potter

มาถึงเป้าหมายสุดท้ายของวันนี้ที่ USJ ของเรา นั่นก็คืออออ การกลับมาดูโชว์ไฟที่ปราสาท Hogwarts

ช่วงที่เราไปจะเป็นตีม Winter in The Wizarding World of Harry Potter เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับคริสมาสที่ Hogwarts

โดยจะมีนักแสดงตัวแทนทั้ง 4 บ้าน ออกมาคุยกัน และร่ายคาถาเสกให้ปราสาท Hogwarts ออกมาสวยงาม

 

 

แถมท้ายด้วยบรรยากาศยามค่ำคืนของหมู่บ้าน Hogsmeade และต้นคริสมาสที่ต่างก็เปิดไฟกันสวยงาม

 

 

และแล้ว หนึ่งวันใน USJ ของเราก็ได้จบลง พร้อมกับความสนุก ความสุข และความรู้สึกเหมือนได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง

ไม่ว่าคุณจะชอบเล่นเครื่องเล่นหรือเปล่า หรืออาจจะคิดว่าแก่เกินไปสำหรับสวนสนุกแล้วล่ะมั้ง เราอยากให้คุณได้ลองมาที่นี่

แล้วปล่อยให้ความเป็นเด็กที่ถูกซ่อนไว้ข้างใน ได้ออกมาโลดแล่น และ ทำให้เหมือนกลับกลายไปเป็นเด็กอีกครั้งหนึ่ง

ที่นี่ Universal Studio Japan สวนสนุกที่จะทำให้คุณกลับกลายเป็นเด็กอีกครั้ง

เราสัญญาว่าจะกลับมาที่นี่อีกแน่นอน :))


ชอบบทความนี้ ติดตามรีวิว ท่องเที่ยว อาหาร ไลฟ์สไตล์ ต่อๆไปของเรา
กดไลค์ Facebook Fan Page : somewhere only we go ได้ที่ด้านล่างนี้กันนะฮะ :)

Comments :