สองวันหนึ่งคืนกับ Kanazawa เมืองเล็กๆที่ไม่ได้เป็นแค่ทางผ่าน

posted in: CHUBU, JAPAN, TRAVEL | 0

คานาซาวะ – Kanazawa

kanazawa เมืองขนาดเล็กที่เต็มไปด้วยอะไรๆน่าสนใจมากมาย ทั้งของกินอร่อยๆ ย่านโรงน้ำชาโบราณ สวนสวยๆ และบรรยากาศที่แสนจะชิลอีกด้วย

คานาซาวะเป็นเมืองติดชายฝั่งทะเลญี่ปุ่น ในภูมิภาคชูบุ หรือ โฮคุริคุ คนมักจะแวะเป็นทางผ่าน ก่อนหรือหลังจากไปเที่ยว Shirakawago นั่นเอง

 

 

ซึ่งในคราวนี้ เราเองก็ แวะเป็นทางผ่านเช่นกัน ฮ่าๆๆๆๆ แต่ไม่ได้ผ่านเฉยๆ เราขอแวะค้างที่นี่หนึ่งคืน

มาดูกันดีกว่าว่าในเวลาเกือบๆสองวันหนึ่งคืนของเราที่คานาซาว่า พวกเราไปเจอกับอะไรมาบ้าง ตามไปดูกันเลย!

 

 

เริ่มด้วยเราเดินทางด้วยรถบัสของ Nouhi จาก Shirakawago มาถึงที่ Kanazawa ตอนบ่ายๆ

ลงรถที่สถานีเรียบร้อย ก็ลากกระเป๋าเข้าโรงแรมกันอย่างรวดเร็ว โรงแรมของเราในคืนนี้ก็คือ Garden Hotel Kanazawa

ตั้งอยู่หน้าสถานี Kanazawa ใกล้มากกก มองกลับมาเห็นสถานีชัดเจน และห้องก็ดีงาม ราคาโรงแรมที่นี่ไม่สูงเท่าที่ Takayama

 

 

เนื่องจากตอนที่เราไปถึง ยังไม่ถึงเวลาเช็คอิน เราเลยขอฝากกระเป๋าไว้ท่โรงแรม แล้วออกไปหาอะไรใส่ท้องกันก่อน

มาถึงเมืองติดทะเลแบบนี้ แน่นอนว่าเรามุ่งหน้าไปตลาด Omi-Cho ตลาดปลาแห่ง Kanazawa กันเลย

การเดินทางใน Kanazawa จะใช้รถบัสเป็นส่วนใหญ่ โดยเราสามารถขึ้นได้ตามป้ายและหน้าสถานี ตามแผนที่ด้านล่างนี้ได้เลย

 

Traffic in Kanazawa map

 

 

ระหว่างทางก็เห็นบรรยากาศเมือง Kanazawa เมืองไม่ใหญ่ไม่เล็ก อะไรๆก็ดูน่ารัก

 

 

ตลาด Omi-Cho

ถึงแล้วววว ตลาด Omi-Cho ศูนย์กลางการค้าอาหารทะเลสดๆ ของเมือง Kanazawa เป็นแหล่งรวมวัตถุดิบของเมืองนี้มาตั้ง 280 กว่าปีมาแล้วเลยนะเอ้อ

ถึงแล้วท้องก็ร้องเรียงหาอาหารอร่อยๆทันที ป่ะ เดินเข้าไปสำรวจกันเลยดีกว่า

 

 

เข้ามาปุ๊ปก็เจอกับอาหารทะเลสดๆเรียงรายให้เราน้ำลายสอกันตลอดสองข้างทาง ดูน้องปูน้องกุ้งตัวส้มนั่นสิ ไหนจะหอยสดๆอีก โอยยยยย

 

 

ซูชิ ซาชิมิสดๆ ก็มีในราคาไม่แพงเลย

 

 

แล้วใครจะไปคิดว่าร้านโอเด้งในหมู่ร้านอาหารทะเลจะอร่อยขนาดนี้ เราเดินตามกลิ่นหอมๆของน่ำซุปเข้ามาในร้านอย่างรวดเร็ว

สื่อสารด้วยภาษาจิ้มๆ แล้วได้โอเด้งชามนี้มา คืออร่อยมากกกกกกก น้ำซุปมีกลิ่นของทะเล รสชาติกลมกล่อม หอยก็สดเด้งกรุบกรับมากๆ

คือเป็นโอเด้งที่อร่อยอันดับต้นๆที่เราเคยกินที่ญี่ปุ่นเลย ดีงามสุดๆ

 

 

ต่อจากโอเด้งเราก็ตามกลิ่นหิมของอาหารทะเลย่างมาที่ร้านต่อมา ร้านนี้เป็นอาหารทะเลย่างเสียบไม้ หอยสดๆ ปลาหมึกเด้งๆตัวใสๆ

 

 

คือมันอร่อยมากก ดีงามแบบสุดๆ หอยและปลาหมึกย่างร้อนๆ จิ้มซอสแบบญี่ปุ่นคือดีงาม แอบคิดว่าถ้ามีน้ำจ้มซีฟู้ดจะยิ่งดี 5555 เนื้อปลาแห้งไปหน่อย

 

 

ต่อจากหอยย่างแล้ว เราก็มาต่อกันที่ปลาไหลย่างกันบ้าง ไม้ละ 500 เยน แพงไปนิด แต่อร่อยมาก หอมกลิ่นไฟนิดๆเกรียมหน่อยๆ กินร้อนๆคือฟินมากกก

 

 

นอกจากอาหารคาวแล้ว ก็ยังมีผักและผลไม้สดๆอีกมากมาย

 

 

ผลไม้คือสดมากกกกกกกกกก

 

 

เราก็โดนไปบ้างพอกรุบกริบ ฮ่าๆๆ

 

 

กินกันจนเพลิน เราก็ตัดสินใจจะซื้อจานหลักของเรากลับไปกินที่โรงแรม เป็นการตบท้ายวันนี้ ก่อนจะพักผ่อนพร้อมลุยเมือง Kanazawa ในวันพรุ่งนี้ต่อไป

ดูซูชิโอโทโร่นั่นสิ ไข่หอยเม้นอีกกก โอยยย อิ่มแล้วก็พร้อมนอนเต็มที่

 

 

ปิดท้ายด้วยขนมอีกเล็กน้อยจากร้านสะดวกซื้อ

 

 

อันนี้อร่อยมาก ใกล้เคียงกับของ royce เลย ราคาย่อมเยาว์กว่ามาก ฮ่าๆๆ

 

Day 2

หลับกันเต็มอิ่ม เราก็พร้อมสำหรับ Kanazawa วันที่สอง ป่ะ ลุยกันเลยยย วันนี้เราจะไปเริ่มต้นกันที่ ย่านโรงน้ำชาเก่า Higashi Chaya

ที่สมัยก่อนจะมีคนมานั่งจิบน้ำชา กินเหล้า ดูการแสดงของเกอิชากัน เรียงว่าเป็นย่านบันเทิงแหละ

 

 

เริ่มต้นด้วยการเดินมาขึ้นรถบัสที่หน้าสถานี Kanazawa

ซุ้มประตูหน้าสถานีคือสวยมาก เป็นการผสานสถาปัตยกรรมสมัยใหม่กับของญี่ปุ่นเข้ากันอย่างลงตัว

 

 

รถบัสสายที่เราต้องขึ้นคือ Right Loop ขึ้นที่ป้ายเบอร์ 7 จากหน้าสถานี Kanazawa ไปลงที่ป้าย Hashiba-Cho

 

 

ลงรถเมล์เสร็จเรียบร้อย เราก็เดินตามคนเข้ามาในตรอกเล็กๆใกล้ๆป้ายรถเมล์ เริ่มเห็นบ้านเรือนเก่าๆบ้างแล้วว

 

 

เจอคุณเหมียวญี่ปุ่นน่ารักมากก สีขาว แต่ตาดูช้ำๆ ไม่รู้มาแอบทำอะไรอยู่แถวนี้

 

 

ทั้งร้านค้า และบ้านเรือน เหมือนเราค่อยๆเดินย้อนเวลากลับไปในสมัยก่อน กลินอายความเก่าแก่และวัฒนธรรมของญี่ปุ่นนี่มันสวยงามจริงๆ

 

 

แต่จะชื่นชอบวัฒนธรรมมากแค่ไหน บล็อกเกอร์สายกินแบบเรา กองทัพก็ต้องเดินด้วยท้อง แวะร้านแรกก่อนเลย

KAKUICHI ร้านนี้แต่เดิมแล้วเป็นร้านขายทองคำเปลว และ เครื่องประดับต่างๆที่ทำจากทอง แต่ความเจ๋งของร้านนี้ก็คือออออ

 

 

ซอฟท์ครีมสีทองงงงงงงงงง แต่ไม่ใช่แค่สีทองเฉยๆ คือเค้าแปะทองคำเปลวแผ่นใหญ่มาให้เรากินกันเลย บอกเลยว่า ไม่มีผลต่อรสชาติ

แต่มีผลต่อความสวยงามแบบสุดๆ คือมันเรืองรอง มันสวยย มันถ่ายรูปออกมาลงไอจีก็ดูดีย์ และที่ร้านนี้ก็รู้ใจ มีแท่นวางพร้อมชื่อร้านให้เสร็จสรรพ

 

 

การตกแต่งในร้าน ที่โชว์เครื่องเรือนแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ที่จะมีการปิดทองคำเปลว รวมถึงพวกภาพเขียนด้วย

 

 

ออกมาจากร้าน เราก็เข้ามาเดินที่ถนนสายหลักของย่าน Higashi Chaya ที่จะมีบ้านโบราณเรียงตลอดสองข้างทางทรี่เราเดินเข้าไป

แถวนี้เป็นย่านโรงน้ำชา โรงที่โชว์จของเกอิชาในสมัยก่อน พอตกกลางคืนย่านนี้ก็จะคึกคักไปด้วยผู้คน และแสงจากโคมไฟ

พร้อมทั้งเสียงดนตรีลอยเป็นบรรยากาศ แค่คิดก็เหมือนหลุดเข้าไปในอดีตมาแว๊บนึง ฮ่าๆๆ

 

 

ปัจจุบันโรงน้ำชาเหล่านี้ เรายังสามารถเข้าไปชมพิธีชงชา หรือหารแสดงได้อยู่เหมือนกัน แต่ต้องจองล่วงหน้ากันอย่างยาวนานมากกก

 

 

ป้ายร้านต่างๆสวยมาก นี่ติดใจถ่ายมาซะเยอะเลย ฮ่าๆๆ

 

 

เดินชมยรรยากาศกันมาเรื่อยๆ ที่นี่เรียกว่าเป็นไฮไลท์ของเมืองนี้เบย นักท่องเที่ยวเยอะมาก ทั้งญี่ปุ่นและต่างชาติ

 

 

เหมือนเข้าไปในเซ็ตถ่ายหนังอะเอาจริง ชอบอะไรแบบนี้มากกก

 

 

เดินกันมาจนเกือบสุดถนนก็มาเจอแสงแดดสวยๆให้ถ่ายรุปเล่นกันได้

 

 

ใครชอบเดินย่านเมืองเก่า หรือบ้านญี่ปุ่นโบราณ บอกเลยว่าจุใจแน่นอน คนละอารมณ์กับที่เกียวโตหรือทาคายาม่าด้วยนะ

 

 

เดินกันจนเพลินเราเลยมาเจอกับวัดเล็กๆแห่งนึง ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะมีอะไร แต่พอเข้าไปดูเท่านั้นแหละ เอ้ย มันไม่ธรรมดา

 

 

ถามว่า ไม่ธรรมดายังไง  นี่ก็ยังดูเหมือนวัดหรือศาลเจ้าธรรมดานี่เอง ถึงจะดูร่มรื่นและสวยงามก็เถอะน้า

 

 

นี่เลยยยย มีนินจาซ่อนอยู่ ที่นี่ก็คือ วัดนินจากนั่นเองงง วัดนี้ไม่ได้มีนินจาอยู่จริงๆหรอก แต่ว่ามีการสร้างที่แปลก มีห้องลับและทางเดินต่างๆมากมาย

เหมือนค่ายกลของนินจายังไงอย่างงั้น เค้ามีพาทัวร์ด้วยนะ แต่เราไม่ได้จองมาล่วงหน้า เลยไม่ได้เข้าไปชมด้านใน

 

 

แต่แค่แอบเดินดูรอบๆวัด เราก็เจอนินจาเข้าหลายคนเหมือนกันนะเนี่ยย

 

 

เสร็จจากวัดนินจา เราก็เริ่มเดินหาทางออกเพื่อจะไปยังจุดหมายต่อไปกัน

 

 

รถที่นี่มีแต่คันเล็กๆ สมกับประเทศที่ค่าที่แพงอันดับต้นๆของโลกจริงๆ ไม่เปลืองที่จอดรถ ฮ่าๆๆ

 

 

และแล้ว ท้องเราก็หิวขึ้นมาอีกรอบ ก็มาเจอร้านนี้พอดี

Kazui Nakashima เป็นร้านไดฟุกุไส้ผลไม้ น่ากินมากกกกก

 

 

เราจัดไส้สตรอเบอร์รี่มาหนึ่งอัน อร่อยมากกก สตรอเบอร์รี่หวานฉ่ำ ไดฟุกุนุ่มหนึบกำลังดี ใครไป Kanazawa เราแนะนำๆ

 

 

รองท้องกันแล้วก็พร้อมจะเดินต่อ ฮ่าๆๆ ระหว่างทางเดินกลับของเรา ผ่านร้านและนึกสวยๆเต็มไปหมดเลยย

ต้นไม้พวกนี้ น่าคิดว่า ถ้าเรามาช่วงใบไม้เปลี่ยนสี หรือซากุระ น่าจะสวยมากๆแน่ๆเลย

 

 

คุณพี่รถลาก แอบมาเหล่กันด้วย

 

 

กลับมาที่ป้ายรถเมล์เดิมที่เรานั่งมาลง คราวนี้ เราจะต่อรถไปยังจุดหมายต่อไปของเรา นั่นก็คือ

สวน Kenrokuen สวนสไตล์ญี่ปุ่นที่สวยติดอันดับต้นๆของญี่ปุ่นนั่นเองง

 

 

แต่จะว่าไป บรรยากาศตจรงนี้ก็ดีใช่เล่น ริมแม่น้ำ มีต้นหลิว ลมพัดเย็นๆ แม่น้ำใสๆ

 

 

รถลากนี่มันสวยจริงๆอะ นึกถึงสามล้อถีบของไทย ที่น่าจะอนุรักษ์ไว้ แล้วทำให้สวยๆเหมือนใหม่ รับนักท่องเที่ยวได้ดีเลย

 

 

ทางเดินเลียบแม่น้ำเรียงรายไปด้วยต้นซากุระ(ใช่เหรอ?)

 

 

อะๆ กลับมาที่ป้ายรถเมล์กันดีกว่า เก้าอี้เค้าน่ารักจัง มีความลูกข่างอยู่ในอะคริลิกใส

 

 

ป้ายที่เราต้องนั่งมาลงก็คือ Kenrokuen Garden / Kanazawa Castle นั่งชมวิวแป๊บๆก็มาถึงแล้ว

 

 

ตรงนี้ก็เป็นอีกที่ของเมืองที่สวยมาก จะเป็นเนินเขา แล้วมีถนนตัดผ่าน ฝั่งนึงเป้นปราสาท อีกฝั่งเป็นสวนนั่นเอง

 

 

ขนาดทางเดินริมถนน ยังจัดสวนสวยเลย และไม่ใช่แค่สวย แต่เค้าคิดเรื่องการเดินได้สะดวกของคนมาแล้ว

อย่างกรุงเทะ จะเห็นหลายๆที่ ที่ กทมจัดสวนบนทางเท้า แต่กลายเป็นการเบียนเบียนคนเดินไปซะอย่างงั้น

 

 

แหงนมองไปอีกฝั่ง เป็นทางเข้าปราสาท Kanazawa Castle

 

 

ที่เห็นต้นไม้ที่ไม่มีใบตรงนี้ เป็นต้นซากุระทั้งหมดเลยยยย โหววววว อยากมาใหม่ตอนหน้าซากุระทันทีจริงๆ

ที่นี่ถือว่าเป็นแหล่งชมซากุระสำคัญของเมืองนี้เลย

 

 

ชมทางเข้าปราสาทกันพอหอมปากหอมคอ ด้วยความที่ทริปนี้เราไปปราสาท Nagoya มาแล้ว เราเลยขอผ่านปราสาท Kanazawa ไปก่อน

เป้าหมายของเราก็คืออ

 

Kenrokuen Garden นั่นเองงงงง

 

 

ค่าเข้าและเวลาเปิดปิดก็ตามนี้เลย แต่เราไปช่วงปีใหม่เค้าเลยเปิดให้เข้าฟรี

 

 

กองทะพเดินด้วยท้องอะนะ ก็จัดดังโงะกันไปก่อนสามไม้ เบาๆ หนุบหนับกรุบกริบ

 

 

สาวๆกิโมโนสีสันสดใสก็มาเดินเล่นกันในสวนกรุบกริบกัน ชุดกิโมโนนี่มันสวยจังเลยน้าาาา

 

 

ที่สวนนี้มีสระน้ำอยู่ตรงกลาง ล้อมรอบด้วยต้นไม้ที่ตกแต่งสวยงามบรรยากาศร่มรื่นสุดๆ

 

 

สวนแบบญี่ปุ่นเป็นอะไรที่เราชอบมาก ไปกี่ที่กี่ครั้งก็ไม่มีเบื่อ คราวที่แล้วไปที่สวน Suisenjikoen ของเมืองคุมาโมโตะ เราก็ชอบและเดินจนเพลิน

มาที่นี่ก็ฟินไม่แพ้กัน อากาศเย็นสบายๆ เดนิในสวนสวยๆร่มรื่น ที่บางทีหันไปไหนก็เหมือนเราอยู่ในภาพ Wallpaper ฮ่าๆๆ

 

 

ก่อนหน้าเรามาที่ Kanazawa หิมะตกหนักหลายวัน เสียดายตอนเรามาหิมะละลายไปหมดแล้ว ไม่งั้นคงได้เห็นสวนสวยๆ

 

 

ทั้งต้นไม้ ทางเดิน หรือของประดับตกแต่ง ทุกอย่างถูกจัดเรียงไว้อยากปราณีต และมีการออกแบบที่สวยงามมาอย่างดี

ถ้าสวนสาธารณะในเมืองไทยมีความใส่ใจในความสวยงามแบบนี้บ้างก็คงจะดีไม่น้อยเลย

 

 

มีลำธารสายเล็กๆไหลผ่านไปทั่วๆสวน ต้นไม้ใหญ่ๆที่ให้ร่มเงาเพิ่มความเย็นสบาย และรูปปั้นบุคคลสำหัญของเมืองในอดีต

 

 

มองจากทางไหนก็เห็นสระน้ำขนาดใหญ่มองเงาของต้นไม้และสวน สะท้อนในน้ำสีฟ้า ก็รู้สึกชื่นใจทุกทีจริงๆ

 

 

เดินสวนกันมาจนเต็มอิ่มแล้วเราก็มาทะลุออกด้านหลังของสวน เพื่อไปยังจุดหมายต่อไปของเรา

คือ 21st Century Museum Kanazawa แต่ระหว่างทางเราผ่านศาลเจ้าเล็กๆ ที่กำลังจัดเตรียมงานขอพรปีใหม่ เลยขอแอบแวะเข้าไปดูสักหน่อย

 

 

เห็นศาลเจ้าเล็กๆอย่างงี้ แต่มี Wifi นะเอออ

 

 

ไหนใครเคยไปญี่ปุ่นแล้วเขียนคำขอพรลงบนแผ่นป้ายไม้กันบ้างมั้ย ป้ายที่นี่น่ารักมากเลย

 

 

ใครๆก็อยากมีโชคกันทั้วนั้นแหละเนอะะะ

 

 

นกกระเรียนพันตัว ตามความเชื่อของญี่ปุ่นที่ว่า ถ้าใครพับนกระเรียนพันตัวมาขอพรที่ศาลเจ้า จะช่วยให้หายจากโรคภัย

 

 

แผ่นป้ายขอพรถูกแขวนยาวขนาบข้างศาลเจ้า ที่นี่ก็ให้บรรยากาศร่มรื่นไม่แพ้ในสวนเลยล่ะ

 

 

21st Century Museum Kanazawa

หรือพิพิธภัณฑ์แห่งศตวรรษที่ 21 เมืองคานาซาว่า ไฮไลท์ของที่นี่นอกจากงานศิลปะเจ๋งๆที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาจัดแสดงไม่ขาด

นั่นก็คือ The Swimming Pool หรือสระว่ายน้ำที่เราสามารถลงไปได้โดยที่ไม่เปียก น่ะ เจ๋งมั้ยล่ะ

 

 

The Swimming Pool เป็นผลงาน Installation Art ของ Leandro ERLICH แต่น่าเสียดายตอนที่เราไป มิวเซียมดันปิดปรับปรุง เลยอดเข้าไปเล่นในสระว่ายน้ำเลย

เราเอารูปจากเว็บไซต์ของมิวเซียมมาฝาก

 

 

แต่ถึงจะปิด เราก็ยังสามารถเดินชม Installation Art สวยๆรอบๆมิวเซียมได้


Colour activity house

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเราค่อยๆมองผ่านสีต่างๆของแสง เป้นผลงานการออกแบบของ Olafur ELIASSON

ผนังเป็นแผ่นใส ที่ทำให้เป็นแม่สีอย่าง Cyan Magenta Yellow

 

 

บรรยากาศรอบๆมิวเซียมที่สามารถมองเข้าไปภายในมิวเซียมได้จากทุกๆด้าน

 

 

Klangfeld Nr.3 für Alina ออกแบบโดย Florian CLAAR

อันนี้น่ารักมาก คือเราสามารถพูดเข้าไปแล้วเสียงจะไปดังที่อีกฝั่งของสวน โดยมีท่อลากผ่านไปไต้ดิน น้องคนนี้เล่นกับคุณแม่ใหญ่เลยยย

 

 

เดินเล่นเสร็จแล้ว ก็ได้เวลาเราบอกลาจากเมือง Kanazawa กันแล้ว เราเดินออกมารอรถบัสที่ป้ายเพื่อกลับไปเอากระเป๋าที่โรงแรม

และเตรียมออกเดินทางไปยังจุดหมายต่อไปของเรา เกียวโต

 

 

แต่แน่นอน ก่อนจะขึ้นรถไฟ เราก็ขอฝากท้องไว้ที่ ข้าวกล่องจากห้าง Meitetsu M’za ที่อยู่ตรงข้ามกับตลาด Omi-Cho นั่นเองง

ถึงจะเป็นข้าวกล่อง แต่บอกเลยว่าอร่อยมากกก

 

 

ถึงเวลาของเราใน Kanazawa จะหมดแล้ว แต่เวลาวันกว่าๆที่ได้เที่ยวเล่นที่นี่ ก็ทำให้เราสนุกและอิ่มเอมกับบรรยากาศความสวยงาม และ อาหารอร่อยๆ

ถ้าใครต้องผ่านเมือง Kanazawa แล้วล่ะก็ลองแวะมาเที่ยวที่นี่กันดูนะ แล้วคุณจะชอบเมืองเล็กๆเมืองนี้ :)


ชอบบทความนี้ ติดตามรีวิว ท่องเที่ยว อาหาร ไลฟ์สไตล์ ต่อๆไปของเรา
กดไลค์ Facebook Fan Page : somewhere only we go ได้ที่ด้านล่างนี้กันนะฮะ :)

Comments :